20/06/2020
มารู้จักกับ 3 รูปแบบของเทคโนโลยีการพิมพ์กัน
ถึงแม้ว่าในเมืองไทย จะมีโรงพิมพ์เป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่แตกต่างของระบบการพิมพ์ก็เป็นประมาณนี้
• งานพิมพ์ดิจิตอล (Digital Printing)
เป็นการพิมพ์ เริ่มตั้งแต่ 4 สี 8 สี 10,11 สีจนถึงสูงสุดตอนนี้ 12 สี งานพิมพ์ประเภทนี้คือ งานพิมพ์ที่มีปริมาณไม่มากนัก ต้องการความรวดเร็ว คมชัด งานมีคุณภาพ ไม่จำเป็นต้องเตรียมแม่พิมพ์ซึ่งทำให้ลดต้นทุนการผลิตลงได้มากและช่วยทำให้ประหยัดเวลา เช่น งานพริ้นรูปภาพ ที่ต้องการความ ถูกต้อง แม่นยำและให้รายละเอียดคมชัด งาน Proof ภาพถ่าย งานศิลปะ ให้ภาพที่สวยงาม เนียนเรียบ
• งานพิมพ์ออฟเซท (Offset)
ระบบออฟเซตเป็นระบบการพิมพ์ที่ใช้กันมาก ที่สุดทั่วโลกในปัจจุบันเพราะให้งานพิมพ์ที่สวยงาม มีความคล่องตัวในการจัดอาร์ตเวอร์คและไม่ว่าจะออกแบอย่างไรการพิมพ์ก็ไม่ยุ่งยากมากจนเกินไปประกอบกับ ความก้าวหน้าในการทำฟิล์มและการแยกสีในปัจจุบัน ทำให้ยิ่งพิมพ์จำนวนมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งถูกลง สิ่งพิมพ์ที่จะพิมพ์ด้วยระบบออฟเซตควรมีลักษณะดังต่อไปนี้
สิ่งพิมพ์ที่เหมาะกับการพิมพ์ Offset
1. มีจำนวนพิมพ์ตั้งแต่ 1,000 ชุด ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประเภทงาน
2. มีภาพประกอบหรืองานประเภท กราฟฟิก มาก
3. ต้องการความรวดเร็วในการจัดพิมพ์
4. ต้องการความประณีต สวยงาม
5. เป็นการพิมพ์ หลายสี หรือภาพ สี่สีที่ต้องการความสวยงามมากๆ
6. มีงานอาร์ตเวิร์คที่มีความยุ่งยากสลับซับซ้อนมาก
7. มีงบประมาณในการจัดพิมพ์เพียงพอ สามารถพิมพ์ลงบนกระดาษได้เกือบทุกชนิด
• งานพิมพ์ยูวีเจ็ท (UV-Jet)
ระบบอิงค์เจ็ท เหมาะกับงานไม่เน้นคุณภาพ ความคมชัดต่ำ ราคาถูก สีสันทนทาน กันแดด กันน้ำ เหมาะสำหรับงานหลากหลายรูปแบบ เช่น
• สติ๊กเกอร์ ลาเบล
• ป้ายโฆษณา
• ป้ายติดข้างรถ
• งานกลางแจ้ง
• งานที่มองจากระยะไกล
• ธงญี่ปุ่น
• X-Stand
#แต่งบ้าน #ของขวัญ