Babylon C&G From Sketch to Spreads
From Concept to Cards
From Draft to Divination
From Ink to Intuition. https://babyloncg.etsy.com

มาเช็กกันหน่อย! คุณอยู่ราศีไหนในจักรราศีอียิปต์โบราณ?เวลาพูดถึงการดูดวงด้วยราศี หลายคนคงคุ้นเคยกับจักรราศีแบบตะวันตก หรื...
31/07/2026

มาเช็กกันหน่อย! คุณอยู่ราศีไหนในจักรราศีอียิปต์โบราณ?
เวลาพูดถึงการดูดวงด้วยราศี หลายคนคงคุ้นเคยกับจักรราศีแบบตะวันตก หรือไม่ก็โหราศาสตร์ไทย หลายคนท่องจำได้ขึ้นใจว่าตัวเองอยู่ราศีไหน ลัคนาใด และบางคนถึงขั้นเรียนรู้เป็นอย่างดีว่าเมื่อดาวพฤหัสย้าย ดาวเสาร์โคจรทับ หรือดาวพุธถอยหลังควรเตรียมรับมือกับอะไรบ้าง
แต่วันนี้เราอยากชวนทุกคนพักจากระบบราศีที่คุ้นเคย แล้วมาทำความรู้จักกับอีกระบบจักรราศีที่มาจากดินแดนแห่งพีระมิด ทะเลทราย และอารยธรรมอันยิ่งใหญ่อย่างอียิปต์
ระบบนี้รู้จักกันในชื่อ "จักรราศีอียิปต์" ซึ่งจะแบ่งผู้คนออกเป็น 12 ราศีตามช่วงวันเกิด โดยใช้เหล่าเทพเจ้าอียิปต์เป็นตัวแทนของแต่ละราศี พร้อมเชื่อมโยงบุคลิก จุดแข็ง จุดอ่อน และพลังที่โดดเด่นของผู้ที่เกิดในช่วงเวลานั้นเข้ากับคุณลักษณะของเทพแต่ละองค์ค่ะ
แล้วทีนี้ก็ได้เวลามาเช็กกันแล้วว่า "ราศีอียิปต์" ของเพื่อน ๆ คือราศีไหน และเทพองค์ใดคือเทพประจำวันเกิดของเรากัน?
เลื่อนดูคำตอบด้านล่างได้เลยน้า
ราศีแม่น้ำไนล์ (The Nile)
วันเกิด : 1–7 มกราคม, 19–28 มิถุนายน, 1–7 กันยายน, 18–26 พฤศจิกายน
━━━━━━━━━━━━━━
บางครั้งเรียกว่า ‘ราศีแห่งเทพฮาปี (Hapi)’ เทพผู้เป็นตัวแทนของแม่น้ำไนล์ สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ การปรับตัว และพลังแห่งการดูแลผู้คนรอบตัว

ผู้ที่เกิดในราศีนี้มักเป็นคนอ่อนโยน ใจดี มองโลกในแง่ดี และเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นได้ดี พวกเขารักความสงบ ไม่ชอบความขัดแย้ง และพร้อมเป็นที่พึ่งพิงให้กับคนรอบตัว เปรียบเสมือนสายน้ำที่ไหลไปตามเส้นทางต่าง ๆ คอยประคับประคองและสร้างความสมดุลให้แก่ผู้คนที่พบเจอ
ราศีเทพอามุน-รา (Amun-Ra)
วันเกิด : 8–21 มกราคม, 1–11 กุมภาพันธ์
━━━━━━━━━━━━━━
ราศีแห่งเทพอามุน-รา เทพแห่งดวงอาทิตย์และการสร้างสรรค์ หนึ่งในเทพสูงสุดของอียิปต์โบราณ ผู้เป็นสัญลักษณ์ของแสงสว่าง อำนาจ และภาวะผู้นำ
ผู้ที่เกิดในราศีนี้มักเป็นคนมีความมั่นใจ มีวิสัยทัศน์ ทะเยอทะยาน และเต็มไปด้วยแรงผลักดันในการสร้างความสำเร็จให้กับตัวเอง พวกเขากล้าตัดสินใจ ชอบริเริ่มสิ่งใหม่ มีภาวะผู้นำโดยธรรมชาติ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรอบข้างได้ดี จึงมักได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ขับเคลื่อนหรือผู้กำหนดทิศทางในงานและความสัมพันธ์ต่าง ๆ
ราศีเทพีมุต (Mut)
วันเกิด : 22–31 มกราคม, 8–22 กันยายน
━━━━━━━━━━━━━━
ราศีแห่งเทพีมุต เทพีมารดาผู้เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นแม่ การปกป้อง และการดูแล ในความเชื่ออียิปต์ มุตเป็นเทพีผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้โอบอุ้มและค้ำจุนสรรพชีวิต
ผู้ที่เกิดในราศีนี้มักเป็นคนอบอุ่น ใจกว้าง และมีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง พวกเขาให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และพร้อมดูแลคนที่รักด้วยความจริงใจ อีกทั้งยังเป็นคนหนักแน่น มั่นคง และยึดมั่นในสิ่งที่ตนเชื่อ จึงเปรียบเสมือนพื้นที่ปลอดภัยที่คอยสนับสนุน ปกป้อง และเป็นกำลังใจให้กับผู้คนรอบตัวเสมอ
ราศีเทพเกบ (Geb)
วันเกิด : 12–29 กุมภาพันธ์, 20–31 สิงหาคม
━━━━━━━━━━━━━━
ราศีแห่งเทพเกบ เทพแห่งผืนแผ่นดิน ผู้เป็นตัวแทนของพื้นพิภพ ความอุดมสมบูรณ์ และรากฐานของชีวิต สื่อถึงความมั่นคง การเติบโต และความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ
ผู้ที่เกิดในราศีนี้มักเป็นคนสุขุม มั่นคง และมีเหตุผล พวกเขาถ่อมตน ไม่ชอบโอ้อวด พร้อมปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจและเมตตา แม้ต้องเผชิญปัญหาก็ไม่หวั่นไหวง่าย เพราะมีความอดทนและยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง จึงเป็นที่พึ่งพาและสร้างความรู้สึกมั่นคงให้กับคนรอบตัวได้เสมอ
ราศีเทพโอซิริส (Osiris)
วันเกิด : 1–10 มีนาคม, 27 พฤศจิกายน–18 ธันวาคม
━━━━━━━━━━━━━━
ราศีแห่งเทพโอซิริส เทพแห่งโลกหลังความตาย การเกิดใหม่ และการฟื้นคืน ผู้เป็นสัญลักษณ์ของวัฏจักรแห่งชีวิต การเปลี่ยนผ่าน และพลังแห่งการเริ่มต้นใหม่
ผู้ที่เกิดในราศีนี้มักเป็นคนจิตใจดี มีความเข้มแข็ง และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค พวกเขาเชื่อว่าทุกประสบการณ์ล้วนมีคุณค่าในการหล่อหลอมชีวิต จึงเติบโตจากความเปลี่ยนแปลงได้เสมอ อีกทั้งยังมีความลึกซึ้งทางจิตใจ สนใจการค้นหาความหมายของชีวิต และมักเป็นผู้ที่มอบกำลังใจให้กับผู้คนรอบตัวได้เป็นอย่างดี
ราศีเทพีไอซิส (Isis)
วันเกิด : 11–31 มีนาคม, 18–29 ตุลาคม, 19–31 ธันวาคม
━━━━━━━━━━━━━━
ราศีแห่งเทพีไอซิส เทพีแห่งเวทมนตร์ การเยียวยา และความรัก ผู้เป็นสัญลักษณ์ของปัญญา การปกป้อง และพลังแห่งความเมตตาที่คอยดูแลผู้คนรอบตัว
ผู้ที่เกิดในราศีนี้มักเป็นคนอ่อนโยน จริงใจ และซื่อสัตย์ต่อผู้คนที่ตนรัก พวกเขามีสัญชาตญาณที่ดี เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง และมีความฉลาดทางอารมณ์สูง จึงเป็นผู้รับฟังที่ดี พร้อมมอบกำลังใจและการดูแลที่ทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกอบอุ่นและไว้วางใจได้เสมอ ให้อภัยคนง่าย
ราศีเทพธอธ (Thoth)
วันเกิด : 1–19 เมษายน, 8–17 พฤศจิกายน
━━━━━━━━━━━━━━
ราศีแห่งเทพธอธ เทพแห่งปัญญา การเขียน ความรู้ และการบันทึก ผู้เป็นตัวแทนของการเรียนรู้ เหตุผล และการแสวงหาความจริง
ผู้ที่เกิดในราศีนี้มักเป็นคนช่างคิด ฉลาด และรักการเรียนรู้ พวกเขาชอบตั้งคำถาม สนใจเรื่องราวที่ซับซ้อน และมองเห็นความเชื่อมโยงที่ผู้อื่นอาจมองข้าม ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ผสานเข้ากับเหตุผล จึงมีพรสวรรค์ในการวางกลยุทธ์ การแก้ปัญหา และการถ่ายทอดแนวคิดที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่าย
ราศีเทพฮอรัส (Horus)
วันเกิด : 20 เมษายน–7 พฤษภาคม, 12–19 สิงหาคม
━━━━━━━━━━━━━━
ราศีแห่งเทพฮอรัส เทพแห่งท้องฟ้าและกษัตริย์ ผู้เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้อง ความกล้าหาญ และการมองเห็นเป้าหมายจากมุมสูง ในความเชื่ออียิปต์ ฮอรัสเป็นตัวแทนของอำนาจ ความชอบธรรม และภาวะผู้นำ
ผู้ที่เกิดในราศีนี้มักเป็นคนกล้าหาญ มีสติ และมองเป้าหมายได้อย่างชัดเจน พวกเขาตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุผล ไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดัน และให้ความสำคัญกับการลงมือทำมากกว่าคำพูด เมื่อเชื่อว่าสิ่งใดถูกต้องก็พร้อมยืนหยัดและปกป้องสิ่งนั้น จึงมักได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำหรือผู้รับผิดชอบในสถานการณ์สำคัญ
ราศีเทพอนูบิส (Anubis)
วันเกิด : 8–27 พฤษภาคม, 29 มิถุนายน–13 กรกฎาคม
━━━━━━━━━━━━━━
ราศีแห่งเทพอนูบิส ผู้พิทักษ์การเดินทางสู่โลกหลังความตาย ผู้เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมการทำมัมมี่และการนำทางดวงวิญญาณ สัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่าน การค้นหาความหมาย และการตระหนักรู้ภายใน
ผู้ที่เกิดในราศีนี้มักเป็นคนสุขุม ลึกลับ และโลกส่วนตัวสูง พวกเขาชอบใช้เวลาในการทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง มีสัญชาตญาณที่ดีและปัญญาในการมองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ อีกทั้งยังสนใจเรื่องราวทางจิตวิญญาณและการค้นหาความหมายของชีวิต จึงมักเป็นผู้ที่มองเห็นสิ่งที่คนอื่นอาจมองข้าม
ราศีเทพเซต (Seth)
วันเกิด : 28 พฤษภาคม–18 มิถุนายน, 28 กันยายน–2 ตุลาคม
━━━━━━━━━━━━━━
ราศีแห่งเทพเซต เทพแห่งพายุ ทะเลทราย และพลังแห่งความเปลี่ยนแปลง ผู้เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง ความเป็นอิสระ และพลังที่ไม่ยอมถูกจำกัดอยู่ในกรอบ
ผู้ที่เกิดในราศีนี้มักเป็นคนเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว และรักอิสระ พวกเขากล้าคิด กล้าท้าทาย พร้อมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบาก อีกทั้งยังมีพลังในการผลักดันสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น จึงมักเป็นผู้ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและสร้างแรงกระเพื่อมให้กับผู้คนรอบตัว แม้บางครั้งอาจดูคาดเดาได้ยากหรือยืนหยัดในความคิดเห็นของตนเองมากจนเกินไปก็ตาม
ราศีเทพีบาสเตต (Bastet)
วันเกิด : 14–28 กรกฎาคม, 23–27 กันยายน, 3–17 ตุลาคม
━━━━━━━━━━━━━━
ราศีแห่งเทพีบาสเตต เทพีผู้มีรูปกายเป็นแมว สัญลักษณ์ของการปกป้อง ความสมดุล ความอุดมสมบูรณ์ และความสุขในชีวิต ผู้เป็นตัวแทนของความอ่อนโยนที่ซ่อนพลังแห่งการปกป้องเอาไว้
ผู้ที่เกิดในราศีนี้มักเป็นคนมีเสน่ห์ อ่อนโยน และรักการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข พวกเขามีสัญชาตญาณที่ดี เข้าใจบรรยากาศและความรู้สึกของผู้คนรอบตัว พร้อมสร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้กับคนใกล้ชิด แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องปกป้องคนสำคัญ ก็พร้อมยืนหยัดและทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลคนที่ตนรัก
ราศีเทพีเซคเมต (Sekhmet)
วันเกิด : 29 กรกฎาคม–11 สิงหาคม, 30 ตุลาคม–7 พฤศจิกายน
━━━━━━━━━━━━━━
ราศีแห่งเทพีเซคเมต เทพีสิงโตแห่งสงคราม การปกป้อง และการเยียวยา ผู้เป็นตัวแทนของความแข็งแกร่งที่มาพร้อมกับการปกป้องและการรักษาสมดุล
ผู้ที่เกิดในราศีนี้มักเป็นคนเด็ดเดี่ยว มั่นคงในความเชื่อ และกล้าแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา พวกเขาใช้เหตุผลและไหวพริบในการตัดสินใจ ไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดัน พร้อมยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง และใช้ความเข้มแข็งของตนเพื่อปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่าเสมอ
และแล้วก็ครบทั้ง 12 ราศีแล้วค่ะ!
เป็นยังไงกันบ้างคะ วันเกิดของเพื่อน ๆ ตกราศีไหนกันบ้าง แล้วตรงกับบุคลิกของตัวเองกับบ้างไหมนะ?
ลองแวะมาคอมเมนต์เล่าให้ฟังกันหน่อย หรือจะแชร์ จะแท็กชวนเพื่อน ๆ มาเช็คราศีไปด้วยกันก็ได้น้า
+++++++++++++++++++++

หากพูดถึง ‘ตุนหวง’ นอกจากพุทธศิลป์และร่องรอยอารยธรรมที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางถ้ำและโถงผา อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม...
30/07/2026

หากพูดถึง ‘ตุนหวง’ นอกจากพุทธศิลป์และร่องรอยอารยธรรมที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางถ้ำและโถงผา อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น ‘ระบำตุนหวง’ การแสดงอันงดงามวิจิตรที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท่วงท่าและอิริยาบถของเหล่า ‘เฟยเทียน’ บนจิตรกรรมฝาผนังในถ้ำมั่วเกา
และเมื่อกล่าวถึง ‘เฟยเทียน’ มันก็อาจชวนให้หลายคนจินตนาการถึงร่างอันอ่อนช้อยที่โบยบินอยู่เหนือเหล่าพระพุทธและพระโพธิสัตว์ โดยมีริ้วผ้าแพรพลิ้วไหวประหนึ่งปีก ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดของตุนหวง
การปรากฏบนสื่อร่วมสมัยต่าง ๆ ทั้งผ่านแฟชั่น งานศิลปะ การแสดง และป๊อปคัลเจอร์ต่าง ๆ อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่า ‘เฟยเทียน’ คือภาพจินตนาการที่ถือกำเนิดขึ้นในจีนมาแต่ดั้งเดิม
แต่เพื่อน ๆ รู้หรือไม่ว่า.. เฟยเทียนที่เราคุ้นตากันในปัจจุบันนั้น ไม่ได้ถือกำเนิดในจีนเสียทีเดียว อีกทั้งในช่วงแรกก็ไม่ได้หมายถึง ‘นาง’ อัปสรเพียงอย่างเดียว
คำว่า ‘เฟยเทียน’ (飛天) เป็นคำที่ชาวจีนใช้เรียกเหล่าผู้เหาะเหินบนท้องฟ้าที่ปรากฏในงานพุทธศิลป์ โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนังแห่งถ้ำมั่วเกา และหากเราย้อนกลับไปยังต้นกำเนิด จะพบว่าภาพเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากทั้งศาสนาพราหมณ์ และพุทธ และมีรากฐานมาจากประเทศอินเดีย
โดยเป็นการหลอมรวมภาพของ ‘คนธรรพ์’ นักดนตรีแห่งสวรรค์ เข้ากับ ‘อัปสรา’ เหล่านางฟ้อน ซึ่งต่างทำหน้าที่บรรเลงดนตรี ฟ้อนรำ และร่วมเฉลิมฉลองในแดนสวรรค์ ก่อนกลายเป็นเฟยเทียนในแบบที่ชาวจีนรู้จัก
และนี่เองที่เป็นเหตุผลว่า ทำไมเฟยเทียนในยุคแรก ๆ จึงไม่ได้มีเพียงหญิงสาว
หากเราลองสังเกตจิตรกรรมยุคต้นภายในถ้ำมั่วเกาก็จะพบว่าเฟยเทียนจำนวนไม่น้อยในจิตกรกรรมจากยุคนั้น จะเป็นเพศชาย อกผาย ไหล่ผึ่ง แน่นกล้าม รูปร่างแข็งแรง พร้อมสวมเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ศิลปินจีนไม่ได้เพียงถ่ายทอดต้นแบบจากต่างแดน หากยังค่อย ๆ ตีความและหลอมรวมเข้ากับรสนิยมของตนเอง
เครื่องแต่งกายแบบอินเดียจึงค่อย ๆ แปรไปเป็นอาภรณ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของจีน เรือนร่างที่เคยดูกำยำก็ค่อย ๆ ดูอ่อนช้อยสะโอดสะองขึ้น ขณะที่ริ้วแพรพลิ้วไหวยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สื่อถึงการโบยบิน จนกลายเป็นภาพจำของเฟยเทียนอย่างที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน
ด้วยเหตุนี้ เฟยเทียนจึงไม่ได้เป็นเพียงตัวละครที่ถูกถ่ายทอดในงานพุทธศิลป์ หรือเป็นเพียงภาพแทนความงดงามเหนือจริง หากยังเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สะท้อนการแลกเปลี่ยนทางศิลปะและวัฒนธรรมบนเส้นทางสายไหม ที่หล่อหลอมศิลปะจากอินเดีย เอเชียกลาง และจีน จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตุนหวงด้วย
แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคะ คุ้นเคยกับภาพของเหล่าคนธรรพ์ และอัปสรา ‘เฟยเทียน’ จากที่ไหน หรือผ่านสื่อใดกันบ้าง ลองแวะมาเล่าให้ฟังกันได้น้า
และสำหรับใครที่หลงใหลในศิลปะตุนหวงและเรื่องราวของถ้ำมั่วเกา เตรียมพบกับสำรับไพ่ทาโรต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดินแดนอันน่าอัศจรรย์กลางผืนทรายแห่งนี้กันได้เร็ว ๆ นี้ค่ะ
+++++++++++++++++++++
#วัฒนธรรมตุนหวง #เส้นทางสายไหม

ทำไมไพ่ใบเดียวกัน ถึงทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้สึกคล้าย ๆ กัน?ทั้งที่อาจจะเติบโตกันคนละถิ่น คนละทวีป พูดคุยกันคนละภาษา และมีคว...
26/07/2026

ทำไมไพ่ใบเดียวกัน ถึงทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้สึกคล้าย ๆ กัน?
ทั้งที่อาจจะเติบโตกันคนละถิ่น คนละทวีป พูดคุยกันคนละภาษา และมีความเชื่อไม่เหมือนกันเลย แต่เมื่อเห็น The Tower หลายคนก็จะนึกถึงการพังทลาย ความเปลี่ยนแปลง หรือเหตุฉุกละหุกปุบปับที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
หรือพอเห็น The Sun หลายคนกลับรู้สึกสดชื่น อิ่มเอิบ ตีความหมายไปในด้านของความสดใส ความรุ่งโรจน์ หรือข่าวดีที่กำลังจะเปิดเผยในทางใดทางหนึ่ง
นี่เราพากันนัดไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าทั่วโลกจะต้องตีความตามนี้?
หรือแท้จริงแล้ว ‘ไพ่ทาโรต์’ กำลังสื่อสารกับเราด้วยภาษาที่ที่มนุษย์ทุกคนต่างก็พอจะเข้าใจร่วมกันอยู่กันนะ?
ความสงสัยเหล่านี้ชวนให้นึกถึงแนวคิดของ ‘คาร์ล กุสตาฟ ยุง’ (Carl Gustav Jung) นักจิตบำบัดและจิตแพทย์ชาวสวิส ผู้เฝ้าใช้เวลาอยู่นานนับหลายปีในการศึกษา 'สัญลักษณ์' ที่ปรากฎวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผ่านความฝัน ผ่านตำนาน ผ่านศาสนา และงานศิลปะจากนานาอารยธรรม
มีแนวคิดหนึ่งที่เขาเคยเสนอเอาไว้ มันถูกเรียกว่า ‘จิตไร้สำนึกร่วม’ (Collective Unconscious)
โดยเขาเชื่อว่า นอกเหนือจากความทรงจำและประสบการณ์เฉพาะตัวแล้ว มนุษย์ทุกคนยังมีชั้นของจิตใจที่สืบทอด ‘ต้นแบบ’ (Archetype) ร่วมกัน เป็นโครงสร้างทางจิตที่หล่อหลอมจากวิวัฒนาการอันยาวนานของมนุษยชาติ จึงทำให้ผู้คนจากต่างวัฒนธรรมสามารถตอบสนองต่อสัญลักษณ์บางอย่างไปในทิศทางคล้ายคลึงกัน
หากกล่าวให้เห็นภาพมากขึ้น เพื่อน ๆ ลองหลับตาแล้วจินตนาการว่าจิตใจของคนเราคือภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา ในแนวคิดของยุงคือ ‘จิตสำนึก’ (Conscious) คือความคิด ความรู้สึก และสิ่งที่เรารับรู้อยู่ในทุก ๆ วัน
ใต้น้ำลงไปหน่อยคือ ‘จิตไร้สำนึกส่วนบุคคล’ (Personal Unconscious) ที่เก็บทั้งความทรงจำที่หลงลืม ประสบการณ์ในวัยเด็ก หรือความรู้สึกที่เราเผลอผลักมันออกไป
และถ้าดำดิ่งลงลึกไปกว่านั้น ยุงเชื่อว่านั่นคือ ‘จิตไร้สำนึกร่วม’ เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นเพียงของ ‘ฉัน’ ของ ‘เธอ’ หรือ ‘ของใคร’ แต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนจะมีเหมือนกัน ไม่ว่าจะเกิดที่ไหน เกิดในยุคสมัยใด หรือถือเชื้อชาติใดก็ตาม
และในส่วนที่เรียกว่า ‘จิตไร้สำนึกร่วม’ นั้นเอง ที่ยุงเชื่อว่า ‘ต้นแบบสากล’ ที่มนุษย์ใช้ตีความโลกซุกซ่อนอยู่ เช่น ยามนิยามคำว่า ‘แม่’ เราล้วนนึกถึงความอบอุ่น การฟูมฟักดูแล การปกป้อง หรือเมื่อกล่าวถึง ‘วีรบุรุษ’ เรามักนึกถึงการต่อสู้ การเอาชนะอุปสรรค การเติบโตก่อนเรื่องใด ซึ่งเขาพบว่าต้นแบบเหล่านี้ก็ได้ปรากฏผ่านเรื่องเล่า ผ่านศาสนา เทพผ่านปกรณัม รวมไปถึงงานศิลปะของแต่ละวัฒนธรรมเรื่อยมา
แล้วเกี่ยวอะไรกับไพ่ทาโรต์กันล่ะ?
ถึงตรงนี้บางคนอาจเริ่มถึงบางอ้อ แต่บางคนก็อาจยังขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
แน่นอนว่ายุงไม่เคยเขียนมีส่วนในการเขียนตำราตีความไพ่ทาโรต์ และไม่เคยกล่าวว่าไพ่มีพลังมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติอะไรพวกนั้น
แต่ที่เกี่ยวพันกัน ก็เพราะแนวคิดเรื่อง ‘จิตไร้สำนึกร่วม’ และ ‘ต้นแบบ’ ของเขา ได้กลายเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ผู้คนยุคใหม่เริ่มมองไพ่ทาโรต์ต่างออกไป ทำให้แทนที่จะมองไพ่ว่าเป็นเพียงเครื่องมือทำนาย หลายคนเริ่มมองไพ่ในแง่ ‘ภาษาแห่งสัญลักษณ์’ มากขึ้น
หอคอยใน The Tower จึงไม่ใช่เพียงภาพของอาคารที่กำลังร่วงหล่นถล่มลง
เช่นเดียวกับดวงอาทิตย์ใน The Sun ที่ไม่ได้เป็นเพียงดวงอาทิตย์ที่แขวนคาอยู่บนท้องฟ้า
แต่เป็นสัญลักษณ์ที่สามารถกระตุ้น ‘ต้นแบบ’ ซึ่งฝังอยู่ในจิตไร้สำนึกของมนุษย์ ที่แม้ไม่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว แต่ผู้คนก็รับรู้และตอบสนองต่อภาพเหล่านั้นไปในทิศทางคล้ายคลึงกัน แม้จะเติบโตมาต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา หรือต่างความเชื่อ
บางทีคำตอบของความกังขาที่ว่า “ทำไมไพ่ใบเดียวกัน ถึงทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้สึกคล้าย ๆ กัน?” ก็อาจอยู่ตรงนี้เอง มันไม่ใช่เพราะไพ่เป็นภาษาสากล แต่เป็นเพราะมนุษย์ทุกคนบนโลก มี ‘ภาษาแห่งสัญลักษณ์’ ร่วมกันมาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก
และนี่คืออีกหนึ่งแนวคิดชิ้นสำคัญที่ ‘คาร์ล กุสตาฟ ยุง’ ได้ทิ้งไว้ให้กับพวกเรา
สำหรับวันนี้ เนื่องในโอกาสที่เป็นวันคล้ายวันเกิดของชายผู้นี้ ก็เลยอยากจะชวนทุกคนหยิบไพ่ทาโรต์ใกล้มือขึ้นมาสักใบ
แล้วลองเปลี่ยนจากคำถามที่เรามักถามว่า ‘ไพ่อยากบอกอะไร?’ ไปเป็น ‘เรารู้สึกอย่างไรเมื่อมองไพ่ใบนี้?’ และ ‘ทำไมเราถึงรู้สึกแบบนั้น?’ กันดู
มันอาจช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ในการอ่านไพ่ให้กับเพื่อน ๆ ก็ได้นะคะ
+++++++++++++++++++++

25/07/2026

🔮 PICK A CARD | WHAT A WEEK !

สวัสดีวันเสาร์ที่หลาย ๆ คนคงตั้งตารอกับช่วงวันหยุดยาว บางคนอาจวางแผนเที่ยวให้อิ่มหนำ บางท่านอาจเตรียมพร้อมที่จะนอนให้เต็มอิ่ม เพื่อน ๆ วางแผนใช้เวลาในวันหยุดยาวนี้อย่างไรกันบ้าง แวะมาเล่าให้แอดมินฟังกันได้น้า
ส่วนสัปดาห์นี้ก็พบกับคอนเทนต์ อีกเช่นเคย เรามาดูกันค่ะว่าสัปดาห์นี้ ไพ่ #ลางบูรพา มีอะไรจะเฉลยบอก หรือย้ำเตือนเราเป็นพิเศษหรือไม่ ?
⭐ กติการ่วมสนุกง่าย ๆ
1) หลับตาลง หายใจเข้าลึก ๆ ปล่อยใจสบาย ๆ
2) กดหยุด หรือแคปหน้าจอ
3) อ่านคำทำนายที่คอมเมนต์ด้านล่าง
4) กดไลก์ กดแชร์ กดติดตามเป็นกำลังใจ
ใครได้กองไหน แวะมาคอมเมนต์บอกพวกเรากันได้นะคะ
และเช่นเคย ขอให้ทุกคนเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ที่กำลังจะมาเยือนด้วยความสดชื่น ใครที่กำลังออกเดินทางท่องเที่ยวก็ขอให้ขับรถราอย่างมีสติ เดินทางปลอดภัย เปี่ยมสุขทั้งขาไปและขากลับเลยนะ 🤟 ❤️
++++++++++++
#ไพ่ออราเคิล #ลางบูรพา

ในช่วงเร็ว ๆ นี้ สำหรับใครที่เป็นคอไพ่ คงกำลังติดตามข่าวสาร หรือบางคนอาจถึงขั้นกำลังตีตั๋วจองเที่ยวบิน เพื่อไปชมนิทรรศกา...
21/07/2026

ในช่วงเร็ว ๆ นี้ สำหรับใครที่เป็นคอไพ่ คงกำลังติดตามข่าวสาร หรือบางคนอาจถึงขั้นกำลังตีตั๋วจองเที่ยวบิน เพื่อไปชมนิทรรศการ Tarot! Renaissance Symbols, Modern Visions นิทรรศการใหญ่ของ The Morgan Library & Museum ที่พาผู้ชมย้อนดูทุกแง่มุมของประวัติศาสตร์ไพ่ทาโรต์ตลอดช่วงเวลากว่า 600 ปี
และหนึ่งในไฮไลต์ที่แอดมินอยากพาทุกคนไปดูด้วยกันในวันนี้ คือ 'โค้ทไพ่ทาโรต์' จากคอลเลคชั่น Haute Couture Autumn–Winter 2017 ผลงานที่รังสรรค์โดย Maria Grazia Chiuri ซึ่งถูกนำมาร่วมจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย
โดยโค้ทตัวนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Visconti di Modrone และ Visconti-Sforza Tarot สองสำรับไพ่ยุคเรอเนสซองซ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ก่อนจะถูกตีความใหม่ผ่านงานตัดเย็บและงานปักอันประณีต ด้วยเลนส์ของ Maria ผู้ไม่ได้มองไพ่ทาโรต์เป็นเพียงเครื่องมือทำนาย แต่ยังเป็นเห็นเป็นศิลปะ เป็นภาษาสัญลักษณ์ที่หยิบมาร้อยเรียงเล่นต่อผ่านแฟชั่นได้
สำหรับใครที่อยากไปชมโค้ทตัวนี้ด้วยตาเนื้อ นิทรรศการ Tarot! Renaissance Symbols, Modern Visions จะมีไปจนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2026 จัดที่ The Morgan Library & Museum นครนิวยอร์ก ค่ะ ยังพอมีเวลาบินไปเยี่ยมชมอยู่น้า หรือถ้าใครได้แวะไปเยี่ยมชมแล้ว ก็แวะมาเม้าท์เล่าประสบการณ์กันได้นะคะ
+++++++++++++++++++++

รู้จักถ้ำที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘แคปซูลแห่งกาลเวลา’ กันไหมคะ?แทรกผ่านสายลมที่พัดผ่าน ท่ามกลางผืนทรายกว้างทางตะวันตกเ...
18/07/2026

รู้จักถ้ำที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘แคปซูลแห่งกาลเวลา’ กันไหมคะ?
แทรกผ่านสายลมที่พัดผ่าน ท่ามกลางผืนทรายกว้างทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลกานซู ที่นั่นคือที่ตั้งของเมืองเก่าแก่ที่มีชื่อว่า ‘ตุนหวง’ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,000 ปี ในฐานะแดนดินอันสำคัญบนเส้นทางสายไหม อันเป็นเส้นทางการค้าโบราณที่เชื่อมโลกตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกัน
ที่นั่น นอกเหนือจากเนินทรายหมิงซาซาน และทะเลสาบเยว่หยาเฉวียนแล้ว หากให้พูดถึงอีกสถานที่หนึ่งที่ติดโผเช็คลิสต์แดนฝันที่ต้องได้ย่ำเยือนสักครั้งในชีวิตของเหล่านักท่องโลกผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์ ก็คงหนีไม่พ้น ‘ถ้ำมั่วเกา’
ถ้ำมั่วเกาคือชื่อเรียกของ ‘แคปซูลแห่งกาลเวลา’ ที่จะพูดถึงกันในวันนี้ มันเร้นลับหลบซ่อนอยู่ในหน้าผาหินที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางเวิ้งว้างของผืนทรายสมชื่อที่แปลได้ว่า ‘สูงสุดในทะเลทราย’ และด้านในได้บรรจุเอาไว้ด้วยประวัติศาสตร์ ร่องรอยแห่งศรัทธาที่เหล่าผ่านผลงานศิลปะอันมีอายุร่วมกว่า 1,500 ปี
ซึ่งผลงานศิลปะในแคปซูลขนาดมหึมาที่มีจำนวนกว่า 735 คูหาถ้ำที่เรียงรายทับซ้อนกันอยู่นั้น ก็มีทั้งงานประเภทประติมากรรม จิตรกรรมฝาผนัง คัมภีร์โบราณนับหมื่นชิ้น ไปจนถึงรูปปั้นดินเผาลงสีที่มีมากกว่า 2,000 องค์ จึงทำให้ถ้ำแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่รวมงานพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เก่าแก่ปานนั้น ยิ่งใหญ่ปานนี้ แล้วใครสร้างกันล่ะ?
เพื่อน ๆ หลายคนที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้คงอดไม่ได้ที่จะสงสัยแบบนั้นใช่ไหมล่ะ และถ้ามองว่าการรวบรวมเรื่องราวและงานศิลป์ไว้มากมายขนาดนั้นคือความมหัศจรรย์เหลือเชื่อแล้ว จุดเริ่มต้นของถ้ำมั่วเกาแห่งนี้ก็อัศจรรย์พันลึกไม่แพ้กัน
ด้วยที่มาที่ไปของถ้ำแห่งนี้ มาพร้อมเรื่องราวที่เล่าขานว่าเกิดในคริสต์ศตวรรษที่ 4 เมื่อนักบวชนาม 'เล่อจุน' เกิดเห็นนิมิตว่าด้วยแสงสีทองอร่ามราวมีพระพุทธองค์ และทวยเทพนับพันปรากฎกายเหนือยอดเขา
นับแต่วันนั้นด้วยแรงแห่งศรัทธา ภิกษุเล่อจุนก็ได้เริ่มต้นเซาะเจาะหินผา สร้างอุโมงค์สนองความศรัทธาที่บังเกิด จากหนึ่งถ้ำเล็ก ๆ ที่กล่าวว่าเล็กแคบเทียบเท่าโลงที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บตนบำเพ็ญเพียร เมื่อผสานเข้ากับการร่วมแรงร่วมใจของต่างผู้ ต่างคน ต่างชน ต่างชั้นที่แวะเวียนมาร่วมสร้าง ผ่านยุค ผ่านสมัย กินเวลานับร้อย นับพันปีโถมทับไป ถ้ำมั่วเกาก็ได้แผ่ขยายแตกกิ่งก้านสาขาไปมากมาย
บางโถงถ้ำอาจมีนามผู้เสนอให้สร้างตามความเห็นนักวิชาการ บ้างเป็นผู้มั่งคั่ง และยิ่งใหญ่ในแต่ละยุค แต่ความวิจิตรตระการตาที่พวกเราเห็นในปัจจุบันนั้น ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นมาด้วยทุนของเหล่าวาณิชผู้มั่งคั่ง หรือทองคำของกษัตริย์เพียงอย่างเดียว
เพราะในทุกร่างลายเส้นที่จารภาพเหล่าทวยเทพ และ ‘เฟยเทียน’ หรือเหล่าอัปสราที่เหินหาวพลิ้วไหวบนผนัง ทั้งที่ยังเด่นชัด ที่ซีดจาง หรือขาดไว้มีเพียงเส้นร่างแต่ต้นด้วยสีหมด แม้ไม่ได้มีการจารึกนามของช่างเขียน หรือผู้วาดเอาไว้ แต่จิตวิญญาณ และความอุตสาหะที่แฝงไว้ในรอยฝีแปรง และหยาดเหงื่อแต้มก็เป็นหลักฐานที่นี่ยังมีเหล่าช่างเขียนไร้นามอีกนับพันนับหมื่นชีวิตที่ร่วมสร้างด้วย
แม้ว่าในปัจจุบัน สีสันและรอยวาดบนฝาผนังในถ้ำจะค่อย ๆ เสื่อมลงตามธรรมชาติ แต่อารมณ์ ความรู้สึก เรื่องราว และร่องรอยอันเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังและพลังศรัทธาก็ยังคงเย้ายวนชวนเชิญเหล่านักท่องโลกให้ไปเยือนอยู่เสมอ
สำหรับเรื่องราวของถ้ำมั่วเกา ยังมีมุมที่น่าสนใจให้เล่าขานอีกมาก ทั้งในแง่งามของภาพศิลป์ ทั้งในด้านของอาลักษณ์จารึก หรือแม้แต่ในมุมของความขบขันที่อาจดูร่วมสมัยกว่าที่เพื่อน ๆ อาจคิดไว้ ดังนั้น.. บอกเอาไว้เลยว่าการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับถ้ำแห่งนี้ยังไม่จบลงง่าย ๆ แน่นอนค่ะ
หลังจากนี้เราจะค่อย ๆ แง้มแคปซูลกาลเวลาใบนี้ เพื่อพาทุกคนไปสัมผัสความลึกลับและแรงบันดาลใจพันปีที่ยังคงหายใจอยู่บนผืนทรายตุนหวงด้วยกันต่อในโพสต์ถัด ๆ ไป
หากเพื่อน ๆ เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบในเรื่องราวของตุนหวง หรือกำลังสนใจในเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบนเส้นทางสายไหม อย่าลืมกดติดตามเพจเอาไว้ และกดแชร์เพื่อส่งต่อเรื่องราวออกไปให้เพื่อน ๆ คนอื่นได้อ่านกันด้วยน้า
แล้วมาพบกับเรื่องราวกลั้วรอยทรายกันใหม่ในโพสต์หน้าค่ะ
+++++++++++++++++++++
#วัฒนธรรมตุนหวง #เส้นทางสายไหม

ถ้าจะบอกเพื่อน ๆ ว่า ก่อนจะกลายเป็นไพ่ที่ใคร ๆ ก็พากันจดจำว่าเป็นไพ่แห่งความรัก.. The Lovers อาจเคยทำหน้าที่ไม่ต่างจาก “...
15/07/2026

ถ้าจะบอกเพื่อน ๆ ว่า ก่อนจะกลายเป็นไพ่ที่ใคร ๆ ก็พากันจดจำว่าเป็นไพ่แห่งความรัก.. The Lovers อาจเคยทำหน้าที่ไม่ต่างจาก “ประกาศข่าวในวงสังคมชนชั้นสูง” ที่บอกเล่ากล่าวผ่านภาพวาด
คงเป็นแนวคิดที่ฟังดูแปลกหูดีใช่ไหมล่ะคะ?
แต่ถ้าหากลองคิดเชิงสมมติว่าเราทุกคนเกิดและเติบโตในอิตาลีเมื่อกว่า 500 ปีก่อน ในโมงยามที่ไพ่ทาโรต์ยังไม่กลายเป็นเครื่องมือในการทำนายทายทักเหมือนปัจจุบัน หากมีใครหยิบยื่นภาพชายและหญิงคู่หนึ่งภายใต้บรรยากาศอันเปี่ยมรักให้เราดู
ในเวลานั้นเราก็อาจจะไม่ได้ตีความถึงเรื่องของ “เนื้อคู่” หรือความหมายที่เกี่ยวพันกับ “ความรัก” ไม่ได้คิดถึงเรื่องของ “การเลือก” “การตัดสินใจ” หรืออาจไม่แม้แต่จะเรียกมันว่าไพ่ The Lovers อย่างที่เราเรียกติดปากกันในทุกวันนี้ด้วยซ้ำ
สิ่งที่จะผุดขึ้นในหัวของเรา คงมีเพียงความคิดอย่างเดาเอาว่า "คงมีลูกหลานตระกูลไหนสักตระกูลจัดงานสมรสสิท่า" ก็เป็นได้
นั่นก็เพราะในช่วงแรก ในช่วงที่ไพ่ทาโรต์ยังถือเป็นเพียงของหรูหราที่พบได้ในหมู่สังคมชนชั้นสูงเป็นส่วนใหญ่ ไพ่หลายสำรับถูกสั่งทำขึ้นเพียงเพื่อโอกาสสำคัญ ๆ ของตระกูล ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อการเฉลิมฉลองในการเกี่ยวดองพันธมิตร หรืองานสมรสของคนในวงศ์ตระกูล
จึงทำให้ไพ่ The Lovers ซึ่งในเวลานั้นยังใช้ชื่อว่า L'Amore ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ความรัก" ไม่ใช่ "คู่รัก" มักมีภาพที่กล่าวถึงการแต่งงาน หรือพิธีการสมรสของลูกหลาน หรือคนสำคัญในวงศ์ตระกูลใหญ่ ๆ อยู่เนือง ๆ
ตัวอย่างเช่น ไพ่ L'Amore จากสำรับ Visconti di Modrone ซึ่งเชื่อกันว่าสร้างขึ้นราว ค.ศ. 1441 เพื่อเฉลิมฉลองการสมรสระหว่าง เบียงกา มาเรีย วิสคอนติ (Bianca Maria Visconti) ธิดาของดยุกแห่งมิลาน และ ฟรานเชสโก สฟอร์ซา (Francesco Sforza) แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งต่อมาก็ได้กลายเป็นดยุกแห่งมิลานเช่นกัน
หากพิจารณารายละเอียดบนไพ่ใบนี้ให้ดี ก็จะพบว่าผู้สร้างสรรค์ได้มีการแทรกสัญลักษณ์เอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตราประจำตระกูลของทั้งสองฝ่าย หรือสุนัขสีขาวซึ่งเป็นตัวแทนของความซื่อสัตย์ในชีวิตสมรส ซึ่งอาจเปรียบเสมือนการถ่ายทอดภาพฝันของ "ชีวิตรักและการสมรสในอุดมคติ" ของคนยุคนนั้นผ่านงานศิลป์
แม้ว่าความจริงเบื้องหลังการสมรสครั้งนี้ จะไม่ได้เข้มข้นด้วยรสชาติแห่งความรัก แต่เน้นเกี่ยวพันกับเกมการเมือง การสร้างพันธมิตร และผลประโยชน์ระหว่างตระกูลเป็นหลักก็ตาม
และแม้ว่ากาลเวลาจะผันเปลี่ยน ทำให้ภาพของไพ่ The Lovers ในการรับรู้ของผู้คนปัจจุบัน แตกต่างออกไปจากยุคที่ยังเป็นเพียง L'Amore ใบนั้น แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปในบริบทของยุคนั้น
ในโมงยามดังกล่าว ภาพของชายหญิงที่ปรากฎบนหน้าไพ่อาจจะไม่ได้ทำให้ผู้คนเทียวคิดถึงคำถาม หรือเฟ้นหาคำตอบให้กับข้อกังขาที่ว่า "ความรักของฉันจะเป็นอย่างไร" หรือ "คนนี้ใช่เนื้อคู่ของฉันไหมนะ" เหมือนทุกวันนี้
แต่กลับนึกถึงเพียงคำยินดีในการสมรสระหว่างตระกูลไหนสักตระกูล หยิบเรื่องราวมาเม้าท์มอยเหมือนเวลารายการบางกอกกระซิบตัดเข้าช่วงโฆษณา หรือรับรู้ข่าวสารนั้นเพียงผ่าน ๆ เหมือนกับเวลาที่เราอาจจะเห็นข่าวการแต่งงานของคนดัง คนใหญ่คนโต หรือตระกูลผู้มั่งคั่งผ่านรูปบ่าวสาวหน้าแบ็คดร็อปที่ไหลผ่านฟีดโซเชียลก็เป็นได้
แล้วนี่ก็คืออีกเรื่องราวหนึ่งของไพ่ The Lovers ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
และในเมื่อโพสต์นี้เราได้พูดถึงไพ่ L'Amore จากสำรับ Visconti di Modrone กันไปแล้ว ก็เลยอยากจะชวนเพื่อน ๆ มาป้ายยาไพ่ The Lovers จากสำรับโปรด หรือสำรับที่คิดว่าตีความออกมาได้น่าสนใจใต้โพสต์นี้กันหน่อย
ใครมีสำรับไหนที่ดีไซน์ไพ่ใบนี้ได้ออกมาโดนใจเป็นพิเศษ ลองแวะมาแปะรูป เมาท์มอย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยน้า
ส่วนใครที่ชอบเรื่องราวสบาย ๆ แฝงรสลึกประมาณนี้ ก็ฝากกดติดตามและเป็นกำลังใจให้ทีมงานกันได้นะคะ แล้วพวกเราจะไปสรรหาเรื่องราวสนุก ๆ เกี่ยวกับไพ่มาบอกเล่าให้ฟังกันอีกแน่นอน ~
+++++++++++++++++++++
#ไพ่ทาโรต์

6 กรกฎาคมของทุกปี คือวันครบรอบวันเกิดของ “ฟรีดา คาห์โล” (Frida Kahlo) ศิลปินหญิงชาวเม็กซิโกผู้เป็นที่จดจำจากดวงหน้าอันเป...
06/07/2026

6 กรกฎาคมของทุกปี คือวันครบรอบวันเกิดของ “ฟรีดา คาห์โล” (Frida Kahlo) ศิลปินหญิงชาวเม็กซิโกผู้เป็นที่จดจำจากดวงหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ ดอกไม้ที่แทรกแซมในมวยผม และสีสันอันโดดเด่นที่เธอใช้ประกอบร่างสร้างผลงานแต่ละชิ้น
แต่นอกเหนือจากฝีไม้ลายเส้นอันฉูดฉาดที่ฝากเอาไว้บนผลงาน ตลอดจนเรื่องราวชีวิตที่จัดจ้าน ทั้งด้านเผ็ดร้อนและฝาดขมของเธอแล้ว ในวาระที่วันเกิดของศิลปินผู้นี้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง แทนที่การเจาะลึกถึงประวัติส่วนตัว แอดกลับอยากจะชวนทุกคนไปรู้จักกับไพ่เล่นเกมชุดหนึ่ง ซึ่งมีบทบาทเล็ก ๆ ในชีวิตของฟรีดา ทว่าสะท้อนถึงตัวตน และกู่ก้องถึงความรักที่เธอมีต่อแผ่นดินเม็กซิโกได้เป็นอย่างดี
ไพ่ชุดนั้นมีชื่อว่า “ล็อตเตเรีย” (Lotería)
ล็อตเตเรียเป็นเกมกระดานพื้นเมืองของชาวเม็กซิโกที่มีวิธีการเล่นคล้ายบิงโก ผู้เล่นจะคอยฟังผู้ขานไพ่ซึ่งหยิบการ์ดที่มีภาพสัญลักษณ์ต่าง ๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบ ปีศาจ ผลเมล่อน ดวงจันทร์ หรือหัวใจ แล้วจึงทำเครื่องหมายลงบนกระดานของตนเองที่มีลวดลายภาพแบบสุ่ม
แม้ไพ่ชนิดนี้จะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อพยากรณ์ และไม่ค่อยถูกนำมาใช้ในการทำนายเมื่อเทียบกับไพ่ทาโรต์ แต่สัญลักษณ์บนไพ่ล็อตเตเรียก็สะท้อนถึงความเชื่อ วิถีชีวิต และจินตนาการของชาวเม็กซิกันเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
ฟรีดาได้นำไพ่ล็อตเตเรียมาใช้ในการจำแนกเอกสารต่าง ๆ ในชีวิต ด้วยการแปะไพ่เหล่านี้เอาไว้บนสันแฟ้มของตน เช่นที่เธอเลือกเอาไพ่ปีศาจแปะเอาไว้ที่แฟ้มซึ่งรวบรวมเรื่องราวที่เธอสนใจ แปะไพ่ธงชาติเม็กซิโกเอาไว้ในแฟ้มเก็บเอกสารราชการ และเลือกไพ่รูปหัวใจสำหรับแฟ้มที่เก็บเรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อนฝูง ตลอดจนเรื่องราวของ “ดิเอโก ริเวรา” (Diego Rivera) ผู้เป็นสามี
ปัจจุบันแฟ้มเหล่านี้ยังคงอัดแน่นอยู่ภายในตู้หนังสือที่ “ลา คาซา อาซูล” (La Casa Azul) หรือ “บ้านสีฟ้า” อันเป็นบ้านเกิดและบ้านหลังสุดท้ายก่อนฟรีดาจะล่วงลับไป
การมีอยู่ของไพ่ล็อตเตเรียในมุมเล็ก ๆ ของชีวิตศิลปินหญิงผู้นี้ นอกจากจะแฝงอารมณ์ขันเบา ๆ จากการหยิบไพ่เล่นมาใช้จำแนกเอกสารที่แสนจริงจัง ราวกับการแปะอิโมจิท้ายข้อความเวลาพูดคุยกับผู้ใหญ่แล้ว ยังอาจสะท้อนถึงความภาคภูมิใจในความเป็นชาวเม็กซิกันที่ฟรีดาแสดงออกอย่างชัดเจนอยู่เสมอ
และนี่คือเรื่องราว “ไพ่” ที่ปรากฎในชีวิตของศิลปินหญิงนาม “ฟรีดา คาห์โล”
ด้วยรักและระลึกถึง
เธอ.. ศิลปินหญิงยุคแรกผู้เลี้ยงชีพด้วยผลงานของตน
เธอ.. ผู้แข็งแกร่ง และจริงใจ ต่อทั้งความเชื่อ และความรัก
เธอ.. ผู้แม้จากโลกนี้ไปแล้ว แต่สีสันและผลงานยังสดใหม่อยู่เสมอ
ฟรีดา คาห์โล (ค.ศ. 1907 - 1954)
+++++++++++++++++++++

05/07/2026

🔮 PICK A CARD | WHAT A WEEK !
กลับมาพบกันอีกแล้วกับคอนเทนต์ ครั้งแรกในรอบครึ่งปีหลัง ช่วงเวลาที่หลายคนอาจจะเริ่มหยิบเช็คลิสต์เป้าหมายที่ตั้งไว้ช่วงต้นปีกลับมาสำรวจว่าอันไหนสำเร็จบ้างแล้ว ไม่ก็ตั้งปณิธานกับตัวเองอีกหนว่าครึ่งปีหลังนี่ล่ะ ต้องทำให้สำเร็จให้ได้เลย!.แต่ก็หวังว่าเพื่อน ๆ จะไม่ถึงกับกดดันตัวเองจนมากจนเกินไป แวะเล่น แวะชมสิ่งสวยงามข้างทางกันบ้างนะคะทุกคน เคี่ยวกรำได้ แต่อย่าถึงกับเฆี่ยนโบยตัวเองกันนะ
สำหรับ Pick A Card ในสัปดาห์นี้ ก็ยังเป็นการทำงานร่วมกับสำรับ #ลางบูรพา กันอีกเช่นเคย มาลองเช็คพลังงานกันดูนะคะ ว่าสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึงของแต่ละคนจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ?
⭐ กติการ่วมสนุกง่าย ๆ
1) หลับตาลง หายใจเข้าลึก ๆ ปล่อยใจสบาย ๆ
2) กดหยุด หรือแคปหน้าจอ
3) อ่านคำทำนายที่คอมเมนต์ด้านล่าง
4) กดไลก์ กดแชร์ กดติดตามเป็นกำลังใจ
ไหนใครได้กองไหนกันบ้าง ลองแวะมาคอมเมนต์พูดคุยกันหน่อยยย
และเช่นเคย ขอให้ทุกคนเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ที่กำลังจะมาเยือนด้วยความสดชื่น สดใส ไปที่ไหนก็ขอให้เป็นที่รัก เจอแต่เรื่องที่ทำให้ใจฟู เป็นสุขในทุกย่างก้าวเลยนะ 🤟 ❤️
++++++++++++
#ไพ่ออราเคิล #ลางบูรพา

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Babylon C&Gผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Babylon C&G:

ทางลัด

แชร์