3PN Studio 06 รับเหมาออกแบบ รีโนเวต และต่อเติม รา?

รับทำแบบก่อสร้างและภาพ perspective ราคาเป็นมิตร
- ราคา ภาพ perspective 2000 - 2500 / 1 ภาพ
- ราคาเล่มแบบก่อสร้างแผ่นละ 500 - 700 / 1 แผ่น
- งานตีเหมาออกแบบ perspective พร้อมเล่มแบบราคา 500 - 1000/ตร.ม (แล้วแต่ความยากง่าย) แก้งานได้ 3 ครั้ง
*ถ้าสนใจคุยเรื่องราคากันก่อนได้ครับ*
ปล.มีการเก็บค่ามัดจำก่อนเริ่มงานดีไซน์ดราฟแรก

9.Modern styleบ้านสไตล์โมเดิร์น ถือเป็นสไตล์การแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นสไตล์ที่สวยที่เรียบง่าย แล...
28/01/2022

9.Modern style
บ้านสไตล์โมเดิร์น ถือเป็นสไตล์การแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นสไตล์ที่สวยที่เรียบง่าย และแฝงไปด้วยความทันสมัย เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์แทบทุกรูปแบบ เพื่อเป็นการทำความรู้จักบ้านแบบโมเดิร์นให้ดียิ่งขึ้น เรามีข้อมูลเบื้องเกี่ยวกับบ้านสไตล์นี้มาฝาก แล้วคุณจะได้รู้ว่าบ้านสไตล์โมเดิร์น มีดีมากกว่าความสวยงาม

วันนี้ 3PN Studio 06 จะพาไปรู้จักกับ บ้านสไตล์โมเดิร์น(Modern Style) มีจุดเด่นไอเดียการแต่งห้องแต่ละห้องเป็นอย่างไรบ้าง การเลือกโทนสี การเลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ ไปรับชมกันได้เลยครับ

ที่มาของบ้านสไตล์โมเดิร์น
บ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นการก่อสร้างที่ได้รับอิทธิพลมาจากช่วงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18 โดยในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า โดยจะลดการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับการก่อสร้าง และเพื่อเป็นการลดความฟุ่มเฟือยจึงได้มีการนำรูปทรงของเรขาคณิตมาเป็นแบบของโครงสร้าง

โดยการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นยังเน้นที่ความเรียบง่าย ไม่นิยมการตกแต่งที่มากเกินความพอดี โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้พื้นผิวที่มีความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งแต่ละพื้นที่ต้องมีประโยชน์ในการใช้สอย ด้วยเหตุนี้คำว่า Modern แปลว่า สิ่งใหม่ จึงถูกนำมานิยามการตกแต่งสไตล์นี้เพื่อสื่อถึงความทันสมัย

รูปทรงของแบบสไตล์โมเดิร์นเป็นแบบไหน?
บ้านทรงโมเดิร์นมักเน้นที่ประโยชน์ใช้สอยในบ้านเป็นหลัก การออกแบบตามรูปทรงเลขาคณิตจึงเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก เพราะช่วยให้บ้านเป็นสัดส่วนใช้งานได้อย่างเต็มที่ รวมถึงมีจุดเด่นที่หลังคาแบบพื้นเรียบ หรือหลังคาเพิงแหงนที่ต่างจากหลังคาหน้าจั่วทั่วไป ทำให้ภาพรวมของบ้านดูไม่มาก หรือน้อยจนเกินไป

10 สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์น
1. สำรวจพื้นที่โดยรอบ
ควรสำรวจพื้นที่ที่จะสร้างบ้าน และบริเวณโดยรอบก่อนจะเริ่มออกแบบบ้าน เพราะพื้นที่จะส่งผลต่อรูปร่าง และขนาดบ้านโดยตรง ส่วนการสำรวจบริเวณโดยรอบว่าอยู่ติดกับอะไรหรือพื้นที่จะถูกพัฒนาเป็นอะไรได้บ้างในอนาคต การสำรวจจะช่วยเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ในอนาคต และออกแบบได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

2. สร้างให้เข้ากับสภาพอากาศ
สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยในการสร้างบ้านทรงโมเดิร์น คือ การออกแบบให้เข้ากับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย เนื่องจากบ้านสไตล์นี้มีจุดเริ่มต้นจากประเทศฝั่งตะวันตกที่มีอากาศหนาวจึงต้องออกแบบบ้านเพื่อป้องกันความหนาว ดังนั้นจึงต้องปรับรูปแบบบ้านให้เข้ากับอากาศด้วย เช่น ออกแบบให้เพดานสูงขึ้น ติดตั้งช่องลมให้อากาศถ่ายเทให้ดี หรือเลือกใช้สีทาบ้านที่สะท้อนความร้อนเพื่อลดการสะสมความร้อนในบ้าน

3. ตอบโจทย์การอยู่อาศัย
ถึงแม้ว่าบ้านสวย ๆ จะเป็นบ้านในฝันของใครหลายคน แต่ที่จริงแล้วการสร้างบ้านควรคำนึงถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเป็นหลัก ควรออกแบบบ้านให้เข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย

4. คำนึงถึงการใช้งานระยะยาว
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการออกแบบบ้านต้องคำนึงถึงการใช้งานของทุกคนในครอบครัว อย่างไรก็ตามอย่าลืมคิดถึงอนาคตด้วย หลาย ๆ คนเลือกที่จะสร้างบ้านให้มีลูกเล่น ไม่ว่าจะเป็นพื้นสูง-ต่ำ แต่เมื่อมีอายุมากขึ้นลูกเล่นจากการออกแบบเหล่านี้ จะหมดความสวยงาม และเปลี่ยนเป็นข้อเสียต่อร่างกายแทนได้

5. ตำแหน่งหน้าต่างต้องดูให้ดี
หน้าต่างเป็นส่วนประกอบสำคัญของบ้านสไตล์โมเดิร์น เพราะการออกแบบบ้านตามรูปทรงเลขาคณิตอาจทำให้บรรยากาศโดยรวมดูอึดอัดได้ ดังนั้นการติดตั้งหน้าต่างรอบ ๆ บ้านเพื่อให้แสงสว่างเข้าถึงได้มากที่สุด จึงช่วยเพิ่มความสบายตาได้เป็นอย่างดี

6. ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติสีเขียว
พื้นที่สีเขียวรอบบ้านเป็นส่วนประกอบสำคัญของบ้านแบบโมเดิร์น เพราะทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ร่มรื่นมากขึ้น ไม่แข็งทื่อจนเกินไป การมองเห็นสวนสวย ๆ ด้านนอกได้อย่างชัดเจนจากทุกบริเวณของบ้าน มีส่วนช่วยทำให้คนในบ้านได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมอบความร่มเย็นแก่ผู้อยู่อาศัยอีกด้วย

7. เลือกโทนสีธรรมชาติ
โทนสีธรรมชาติจะช่วยทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่น และมีความรู้สึกผ่อนคลาย สีที่เหมาะสมคือ สีขาว สีน้ำตาลอ่อน หรือสีเทาอ่อน โดยเป็นโทนสีที่เข้าได้กับทุกเฟอร์นิเจอร์แทบทุกสไตล์ นอกจากนี้ควรเลือกใช้แสงไฟโทนอุ่นที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบายตา และผ่อนคลายได้ดียิ่งขึ้น

8. ไม่ตกแต่งแบบฟุ่มเฟือย
อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า บ้านโมเดิร์นเน้นการตกแต่งที่เรียบง่าย เน้นการใช้งานมากกว่าการตกแต่งที่ฟุ่มเฟือย ทุกพื้นที่ภายในบ้านสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และควรเลือกใช้วัสดุที่เน้นความเป็นธรรมชาติ เน้นการแสดงพื้นผิวของวัสดุที่ใช้ตกแต่ง เช่น ไม้ เหล็ก คอนกรีต

9. เลือกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย
บ้านแบบโมเดิร์นนั้นเน้นการตกแต่งที่เรียบง่าย และแฝงไปด้วยความทันสมัย เพราะฉะนั้นควรเลือกแบบเฟอร์นิเจอร์สีคุมโทนตามสไตล์ที่ชื่นชอบ ที่มาพร้อมดีไซน์เรียบง่าย รวมถึงมีเฉดสีอ่อนที่สบายตา สามารถเข้ากับสีผนังได้เกือบทุกเฉด

10. มีดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ
สุดท้ายคือการแสดงเอกลักษณ์ของแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ด้วยการออกแบบบ้านให้มีลูกเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การเลือกใช้ของแต่งบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นกว่าของแต่งบ้านชิ้นอื่น เฟอร์นิเจอร์ที่มาพร้อมดีเทลเก๋ ๆ รวมถึงช่องเก็บของที่มีประโยชน์ใช้สอยได้หลายรูปแบบ

Cr credit :

https://www.jorakay.co.th/blog/owner/other/what-is-modern-style-house

Cr photo : Pinterest

#บ้าน #ทาวน์เฮ้าส์ #แต่งบ้าน #อินทีเรีย

8.Loft style ลอฟ์ท (Loft) คือการตกแต่งที่คำนึงถึงโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมภายในเป็นหลัก รวมทั้งจัดระเบียบของโครงสร้างและคง...
25/01/2022

8.Loft style
ลอฟ์ท (Loft) คือการตกแต่งที่คำนึงถึงโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมภายในเป็นหลัก รวมทั้งจัดระเบียบของโครงสร้างและคงความเป็นโครงสร้างของคาน เสา เหล็กโผล่ ดูดิบๆ เน้นการวางพื้นที่แบบอิสระและทำให้ดูโปร่งโล่ง และแนวคิดหลักของการตกแต่งภายในสไตล์ลอฟ์ท ยังให้ความสำคัญกับเรื่องของการจัดวางตำแหน่งสิ่งของตกแต่ง ด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว

วันนี้ 3PN Studio 06 จะพาไปรู้จักกับ บ้านสไตล์ลอฟ์ท(Loft Style) มีจุดเด่นไอเดียการแต่งห้องแต่ละห้องเป็นอย่างไรบ้าง การเลือกโทนสี การเลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ ไปรับชมกันได้เลยครับ

ลักษณะของการตกแต่งภายในสไตล์ลอฟ์ท

1.เพดานสูง การตกแต่งสไตล์ลอฟ์ทเน้นการเปิดพื้นที่ให้โล่งกว้าง ลักษณะคล้ายๆ กับโกดังหรือโรงงานที่มีเพดานสูงๆ เพื่อให้ระบายอากาศได้ดี รวมไปถึงทำให้บรรยากาศในบ้านดูปลอดโปร่งและสว่างมากขึ้น และเมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบภายในบ้าน ควรทำพื้นที่ชั้นล่างให้เปิดโล่งไปจนถึงชั้นลอยหรือพื้นที่ใต้หลังคา บางครั้งอาจกรุฝ้าเพดานให้สูงเอียงไปตามโครงหลังคาตามความเหมาะสมด้วยเช่นกัน

2.โครงสร้างเหล็ก อิฐ ปูนเปลือย เน้นโชว์ให้เห็นถึงโครงสร้างของคานปูน โครงเหล็กแบบดิบๆหรือผนังปูนเปลือยแบบหยาบๆ ถือเป็นเสน่ห์สำคัญที่ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและเรียบง่าย แต่ดูดี ดิบ เท่ และช่วยให้ง่ายต่อการซ่อมแซมสายไฟหรือเพิ่มเติมสายไฟต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมไปถึงสไตล์ลอฟ์ทยังเน้นการโชว์ท่อแอร์ ท่อน้ำและท่อสายไฟได้กลิ่นอายของโกดังและโรงงาน ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการตกแต่งบ้าน แต่การวางแนวท่อจะเป็นระเบียบไม่เกะกะหรือดูแล้วรกจนเกินไป

3.เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว สไตล์ลอฟ์ทเน้นเรื่องการจัดวางตำแหน่งสิ่งของตกแต่ง ด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ที่สามารถยกหรือสะดวกสบายต่อการเคลื่อนย้าย แม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์แบบติดล้อ เพื่อให้ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้อย่างหลากหลาย รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นแบบเรียบง่ายหรือบิ๊วอินท์ที่มีน้อยชิ้นแต่ประโยชน์ใช้สอยเยอะ วัสดุส่วนใหญ่ทำจากไม้ หนังหรือเหล็กเพื่อให้กลมกลืนกับโครงสร้างของบ้าน

4.โทนสีหลัก คือขาว ดำและเทา ซึ่งเป็นโทนสีหลักที่มักใช้ตกแต่งภายในโกดังหรือโรงงาน สีขาวมาจากสีของพื้น ผนังหรือเพดาน ดำมาจากโครงสร้างของเหล็กและเทามาจากปูนเปลือยหรือปูนขัดมัน ทั้งนี้เพื่อให้บ้านดูมีมิติมากขึ้น ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีความต่างจากโทนสีหลักของบ้าน เช่น ถ้าเน้นการใช้สีเข้มเป็นหลักควรเลือกเฟอร์นิเจอร์สีอ่อน เป็นต้น

5.แสงสว่างจากธรรมชาติและโคมไฟ โรงงานส่วนใหญ่มักจะใช้หน้าต่างบานใหญ่ๆ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้ภายในบ้านอาจลดขนาดของหน้าต่างลงและติดมูลี่เพิ่ม เพื่อไม่ให้แสงแดดจ้าจนเกินไปและบ้านอยู่สบายมากขึ้น บ้านสไตล์ลอฟต์มักเน้นการเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติผ่านช่องเปิดแนวตั้งหรือช่องแสงด้านบนของบ้าน ในขณะเดียวกันถ้าเกิดเป็นมุมมืดจะเลือกใช้โคมไฟที่ไม่สว่างมากนัก แต่จะเน้นและให้ความสำคัญเฉพาะจุดสำคัญๆ เช่น การติดโคมไฟห้อยเหนือโต๊ะรับประทานอาหาร โคมไฟตั้งพื้นบริเวณโซฟา แต่ถ้าอยากสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้น่าอยู่มากขึ้น อาจเลือกเติมโคมไฟเพิ่มความสว่างเป็นจุดๆ ได้อารมณ์ไปอีกแบบเหมือนกันค่ะ

6.บันไดวน สำหรับบันไดของบ้านสไตล์ลอฟท์มักจะออกแบบให้เป็นบันไดวนหรือบันไดเหล็ก เพื่อช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านดูไม่อึดอัด แถมยังโชว์โครงสร้างเท่ๆ ของตัวบันไดได้อีกด้วย


ข้อดีและข้อสียของการตกแต่งภายในสไตล์ลอฟ์ท

ข้อดีของบ้านสไตล์ลอฟท์

1. เพดานสูง
เพราะบ้านสไตล์ลอฟท์มีดีไซน์หลังคาและเพดานที่สูง ทำให้บ้านดูปลอดโปร่ง โล่งสบายและกว้างขวางมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นและเป็นธรรมชาติได้อีกด้วย

2. ได้รับแสงธรรมชาติเต็ม ๆ
ด้วยความที่หน้าต่างบ้านสไตล์ลอฟ์ทมีขนาดค่อนข้างกว้างและยาว สามารถเปิดรับแสงจากธรรมชาติและลมได้อย่างเต็มที่ ทำให้ให้บ้านดูสว่างและอากาศถ่ายเทสะดวกมากขึ้น

3.ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้ตามสะดวก
บ้านสไตล์ลอฟ์ทเน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว จึงสามารถเคลื่อนย้ายพื้นที่ได้ง่ายและสะดวก ในขณะเดียวกันบ้านสไตล์ลอฟ์ทมักเปิดพื้นที่โล่ง ไม่ค่อยสร้างกำแพงมากนัก บริเวณบ้านจึงดูกว้างเหมาะแก่การปรับเปลี่ยนและโยกย้ายได้ตามใจชอบ

4. ดีไซน์แปลกตา
ดีไซน์ที่เรียบง่าย แบบสวยดิบ หยาบแต่ดูดี เป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนหลงรักสไตล์ลอฟ์ท ซึ่งลักษณะเด่นอยู่ที่วัสดุที่ให้อารมณ์และความรู้สึกเป็นธรรมชาติ อย่างผนังปูนเปลือยหรือผนังอิฐบล็อกดิบ ๆ ไร้สีสันแต่งแต้มก็ชิคสุด ๆไปเลยค่ะ

ข้อเสียของบ้านสไตล์ลอฟท์

1. เสียงก้อง
ความโล่งและความโปร่งของบ้านสไตล์ลอฟ์ท ประกอบกับดีไซน์บ้านที่ไม่ค่อยมีกำแพงเพื่อดูดซับเสียงมากเท่าไหร่ ทำให้เสียงพูดคุยจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาหรืออาจจะเกิดเสียงก้องกังวานภายในบ้านได้ง่ายๆ

2. พื้นที่เก็บของน้อยไปนิด
พื้นที่ในบ้านที่ตกแต่งสไตล์ลอฟท์อาจมีมากก็จริง แต่ด้วยความที่เน้นการตกแต่งแบบน้อยๆ เฟอร์นิเจอร์แบบเรียบง่าย พื้นที่จัดเก็บของหรือพื้นที่สำหรับตู้และลิ้นชักอาจไม่เพียงพอสำหรับครอบครัวที่มีสมบัติเยอะเท่าไรนัก

3. ด้อยความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิ
พื้นที่ที่ทั้งโล่งและโปร่ง แถมมีหน้าต่างบานใหญ่และขนาดยาว การควบคุมอุณหภูมิภายในบ้านจึงเป็นไปได้ยาก

Cr อ้างอิง : https://www.bareo-isyss.com/design-tips/319-loft-style.html

Cr photo : Pinterest

#บ้าน #ทาวน์เฮ้าส์ #แต่งบ้าน #อินทีเรีย

7.Tropical styleคำว่า Tropical หมายถึง เขตร้อนชื้นหรือสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเขตร้อนชื้นดังนั้นหากพูดถึงเรื่องการตกแต่...
22/01/2022

7.Tropical style
คำว่า Tropical หมายถึง เขตร้อนชื้นหรือสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเขตร้อนชื้นดังนั้นหากพูดถึงเรื่องการตกแต่งสไตล์นี้จึงทำให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจนคือ การตกแต่งให้เข้ากับประเทศที่มีภูมิอากาศร้อนชื้น บ้านสไตล์นี้ส่วนใหญ่นิยมใช้สำหรับการพักร้อนหรือโรงแรมต่างๆ มีแนวทางและรูปแบบการตกแต่งที่ทำให้รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ

สไตล์ตกแต่งบ้านแนวนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในภูมิประเทศเขตร้อนชื้น เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มีแสงแดดจัดสลับกับฝน ซึ่งทำให้บรรยากาศที่เกิดขึ้นนั้นร้อนอบอ้าวจนไม่น่าอยู่ ดังนั้นการนำเอกลักษณ์ของ Tropical Style มาใช้จึงสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

วันนี้ 3PN Studio 06 จะพาไปรู้จักกับ บ้านสไตล์ทรอบปิคอล (Tropical Style) มีจุดเด่นไอเดียการแต่งห้องแต่ละห้องเป็นอย่างไรบ้าง การเลือกโทนสี การเลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ ไปรับชมกันได้เลยครับ

การออกแบบสเปซและโครงสร้าง Tropical Style

การออกแบบโครงสร้างเน้นไปที่ความโล่งกว้าง ทำให้เกิดความรู้สึกโอ่โถง สบายไม่รู้สึกอึดอัดเนื่องจากที่กล่าวมาก่อนหน้านี้พบว่าสไตล์นี้มักนิยมใช้ในโซนเขตร้อนชื้นบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกถ่ายเทจึงมีความสำคัญ
มีการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในบ้านกับภายนอกบ้านให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยินเสียงจากภายนอก เดินไปมาถึงกันได้ ทำให้รู้สึกว่าเป็นส่วนเดียวกันโดยใช้กระจกเป็นตัวช่วยจึงทำให้สไตล์นี้คล้ายกับ Contemporary design และมีการออกแบบช่องหน้าต่างประตูบานใหญ่ ช่องแสงที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ภายในบ้านมีแสงธรรมชาติเข้ามาเยอะที่สุดและช่วยให้ภายในบ้านมีการถ่ายเทอากาศที่ดี

โทนสี Tropical Style

อย่างที่กล่าวมาว่าการตกแต่งสไตล์นี้เน้นเข้าถึงความเป็นธรรมชาติโทนสีจึงต้องสื่อออกมาให้รู้สึกด้วยเช่นกัน สีที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นสีที่มีอยู่ในธรรมชาติ เช่น สีเขียวสดของใบไม้ สีน้ำตาลเข้มน้ำตาลอ่อนของต้นไม้ หิน หรือพื้นดิน และมีการใช้สีเอิร์ธโทน สีขาว สีครีม เข้ามาประกอบด้วยเพื่อให้ความรู้สึกสบายตา หรือใช้โทนสีอุ่นแต่ไม่ถึงกับร้อนแรงเกินไป

วัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่ง Tropical Style

เลือกใช้วัสดุไม้เป็นส่วนใหญ่เพื่อให้เข้ากับความเป็นธรรมชาติ และมักมีการจัดสวนรอบบ้านหรือมีกระถางต้นไม้ภายในบ้านตามมุมต่างๆเพื่อเติมเต็มพื้นที่อยู่อาศัยให้รื่นรมย์ไปด้วยบรรยากาศธรรมชาติ
ใช้วัสดุจากธรรมชาติมาตกแต่งส่วนประกอบต่างๆภายในอาคาร เช่น ไม้ไผ่ ไม้โอ๊ค ความเขียวขจีของใบไม้ หรือใช้ดอกไม้เขตร้อนสามารถเพิ่มเติมความสดชื่นได้
สำหรับเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่จะใช้จำพวกเฟอร์นิเจอร์หวาย หรือตะกร้าสาน เครื่องปั้นดินเผา หรืองานพวกเซรามิกงานคราฟ งาน DIY ก็ถูกนำมาเป็นตัวช่วยเสริมลูกเล่นในสไตล์นี้อีกด้วย
ของตกแต่งส่วนใหญ่จะมาจากวัสดุธรรมชาติในเขตพื้นที่นั้นๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงไม้เท่านั้น โดยอาจเป็นสิ่งทอที่ทำมาจากผ้าฝ้าย หรือเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งจากท้องถิ่นเข้าไปตกแต่ง ที่สามารถสร้างคุณค่าทางจิตใจ และเลือกใช้สีผ้าม่านในโทนสีอ่อน เช่นสีขาว สีครีม สีฟ้าอ่อน ซึ่งจะทำให้บรรยากาศของบ้านดูอบอุ่นและโปร่งแสงมากขึ้น

Cr อ้างอิง : https://goterrestrial.com/2019/09/05/tropical-style-and-tropical-colonial-style-interior/

Cr photo : Pinterest

#บ้าน #ทาวน์เฮ้าส์ #แต่งบ้าน #อินทีเรีย

6.Natural styleบ้านสไตล์เนเชอรัล (Natural Style) บ้านสำหรับคนรักธรรมชาติ มีคนมากมายที่หลงใหลในธรรมชาติ เพราะหลายๆคนมีควา...
21/01/2022

6.Natural style
บ้านสไตล์เนเชอรัล (Natural Style) บ้านสำหรับคนรักธรรมชาติ มีคนมากมายที่หลงใหลในธรรมชาติ เพราะหลายๆคนมีความเชื่อว่าธรรมชาติ เป็นผู้กำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนโลกใบนี้ หากพูดถึงในทางวิทยาศาสตร์ หลักการความเป็นจริงนี้ในเรื่องของธรรมชาติ เป็นสิ่งที่หลายๆคนอาจจะต้องหลงใหลเมื่อรู้หลักการแห่งความเป็นจริง และที่สำคัญก้านเข้าไปอาศัยในพื้นที่ธรรมชาติ ที่มนุษย์เราได้ทำการอยู่ในสภาวะพึ่งพาจากธรรมชาติมานานแสนนาน จึงทำให้หลายๆคนอาจจะได้รับผลประโยชน์โดยตรงกับสิ่งต่างๆเหล่านี้ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของคุณค่าของทางกายภาพและชีวภาพ ก็มักจะทำให้ความหลงใหลนี้อาจจะอดใจไม่ได้ ที่อยากจะพักอาศัยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เพราะฉะนั้นศิลปะต่างๆเหล่านี้จึงได้เกิดขึ้น โดยเฉพาะคนที่กำลังมองหาบ้านใหม่อยู่ มักจะมีธรรมชาติเป็นจุดยืน และเป็นแหล่งในการบ่งบอกถึงความสวยงามของที่พักต่างๆ วันนี้เราจึงมีบ้านอีกหนึ่งฝ่ายที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มาฝากให้หลายๆคนได้มา ดูเพื่อบังเกิดไอเดียต่างๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถรังสรรค์สิ่งปลูกสร้าง ด้วย บ้านสไตล์เนเชอรัล สำหรับคนที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง

วันนี้ 3PN Studio 06 จะพาไปรู้จักกับ บ้านสไตล์เนเชอรัล (Natural Style) มีจุดเด่นไอเดียการแต่งห้องแต่ละห้องเป็นอย่างไรบ้าง การเลือกโทนสี การเลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ ไปรับชมกันได้เลยครับ

Natural Style คือ

Natural Style เป็นบ้านที่อยู่ในลักษณะของธรรมชาติล้อมรอบ หรือบ้านที่จะตายให้มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านั้นมักจะอยู่ในบริเวณเช่น ป่า เทือกเขา ทะเลทราย ชายทะเล รวมถึงรูปแบบของสวนสาธารณะ ที่ล้อมรอบไปด้วยสิ่งที่เกิดเองท่ามกลางธรรมชาติ โดยสิ่งต่างๆเหล่านั้นมักจะทำให้ผู้อยู่อาศัย หรือคนที่ชื่นชอบในบ้านสไตล์นี้มีความสุขเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะมองว่าเป็นการสร้างบ้านที่อยู่ล้อมรอบสิ่งอันตราย หรือการสร้างบ้านที่อยู่ติดกับสิ่งกีดขวางจนเกินไป จนทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเข้าไปได้ถึงยาก แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบบ้านสไตล์นี้ แทบจะไม่ได้คิดถึงสิ่งเหล่านั้นเลยก็ว่าได้ เพียงเพราะอยากให้ตนเองเข้าไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่แสนอบอุ่น สบายใจ สบายตา รวมถึงรู้สึกสวยงามในรูปแบบที่มันเป็น จึงทำให้บ้านสไตล์นี้มีบริเวณรอบนอกค่อนข้างที่จะมีการตกแต่งได้อย่าง เพราะเนื่องจากจะเน้นความอุดมสมบูรณ์ไปในเรื่องของต้นไม้ ต้นหญ้า หรือแม้แต่กระทั่งเฟิร์น เพราะฉะนั้นระบบต่างๆอย่างเช่นระบบน้ำ ระบบอากาศ รวมถึงทิศทางของแสงแดด จะต้องมีการวิเคราะห์ตั้งแต่การก่อสร้าง เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่หลายๆคนจะสามารถสร้างบ้านสไตล์เนเชอรัลได้สำเร็จ

ลักษณะและรูปทรงของบ้านสไตล์เนเชอรัล

สำหรับใครที่อยากก่อสร้าง บ้านสไตล์เนเชอรัล คุณจะต้องแยกประเด็นก่อนว่ารูปทรงและลักษณะของบ้านจะต้องทำการวิเคราะห์อย่างไร ซึ่งแน่นอนเลยว่าบ้านที่มีรูปทรงในลักษณะนี้ จะเป็นบ้านรูปทรงที่เรียบง่าย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาจจะใช้พื้นที่ทั้งหมดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากต้องการใช้ในรูปแบบของบ้าน 2 ชั้น ซึ่งแน่นอนเลยว่าส่วนใหญ่มักจะประกอบไปด้วยกระจก เพราะเนื่องจากผู้ที่ออกแบบหรือผู้อยู่อาศัยบ้านในลักษณะนี้ จะต้องการใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด แถมกระจกจะเป็นคำตอบเดียวที่จะช่วยให้คุณเข้าไปอยู่ในท่ามกลางธรรมชาติที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือชายทะเล ก็จะช่วยให้คุณสามารถได้รับบรรยากาศนั้นๆได้อย่างเต็มรูปแบบ และนอกจากนี้บ้านสไตล์เนเชอรัล ยังจำเป็นอย่างมากที่วัสดุต่างๆในการก่อสร้าง จะต้องทำมาจากธรรมชาติเช่นกัน ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของไม้ อิฐ ปูน รวมถึงสีจากธรรมชาติ ซึ่งจะไม่เน้นสีฉูดฉาด เพราะจะช่วยให้สามารถเข้ากับบรรยากาศได้ดีสำหรับสีพื้นเรียบง่าย

ส่วนลักษณะของบ้านในรูปแบบนี้ จะอยู่ในรูปแบบของบ้านที่มีความกว้างขวาง โดยจะมีเฟอร์นิเจอร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นก็จะต้องทำขึ้นมาจากไม้ หรือทำขึ้นมาจากโลหะที่ทาสีเข้ม หากมีการ Built in เข้ากับผนังก็จะทำให้ บ้านรู้สึกมีความกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นลักษณะต่างๆจะต้องมีความรู้ โปร่งสบายตา และมีการปรับแต่งต่างๆให้มีระเบียบเรียบร้อย ซึ่งแน่นอนเลยว่าภายในบ้านจะต้องมีการจัดแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือดอกไม้ต่างๆ อาจจะมีมากถึง 30% ภายในบ้าน เพราะฉะนั้นการจัดการระบบอากาศ ระบบน้ำ รวมถึงที่จัดวางต้นไม้ต่างๆ จะต้องมีการวางผังไว้แล้วเป็นอย่างดี ว่าจะไม่รบกวนหรือไปเกะกะทางเดินทำให้บ้านมีสิ่งกีดขวาง และไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกนั่นเอง



สามารถตกแต่งบ้านธรรมดาให้เป็นบ้าน บ้านสไตล์เนเชอรัล ได้หรือไม่

แน่นอนเลยว่าการตกแต่ง บ้านสไตล์เนเชอรัล จะสามารถตกแต่งได้ไม่ยาก เพียงแค่คุณจะต้องใช้งบประมาณมากกว่าบ้านปกติ เพราะเนื่องจากการ Built in ในส่วนของตัวบ้านธรรมดา โดยเฉพาะบ้านที่สร้างขึ้นมาจากปูน ที่มีการฉาบเป็นที่เรียบร้อย หากจะต้องนำวัสดุเนื้อไม้นำมาแปะหรือการลงสีต่างๆเพิ่มเข้ามา จะต้องใช้งบประมาณและระยะเวลาที่สูงมากกว่าปกติ ส่วนบ้านที่ทำมาจากอิฐมอญ อาจไม่จำเป็นจะต้องตกแต่งมากแต่อย่างใด เพราะเนื่องจากสีของอิฐมอญเป็นสีที่คล้ายกับไม้หรือธรรมชาติมากที่สุด จึงทำให้ทำการจัดแต่งบ้านได้ทันที นอกจากนี้บ้านในสไตล์โมเดิร์น เป็นบ้านที่มีความคล้ายคลึงกับบ้านอยู่แนวธรรมชาติ เพียงแค่วัสดุบางส่วนเป็นโลหะเท่านั้น หากสามารถปกปิดหรือทำการตกแต่งเพิ่มเติม ก็จะสามารถใช้ระยะเวลาที่น้อยลงได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นบ้านแต่ละสไตล์หากต้องการปรับเปลี่ยนเป็นบ้านสไตล์เนเชอรัล ก็จะสามารถทำการจัดแต่งได้ทันที

แต่สิ่งต่างๆเหล่านี้ในการตกแต่งบ้าน บ้านสไตล์เนเชอรัล คุณจะต้องทำการนึกถึงส่วนประกอบต่างๆที่อยู่ภายนอกบ้าน แน่นอนเลยว่าอายุในการใช้งานต่างๆ ของบ้านสไตล์นี้ก็มีข้อเสียเช่นกัน โดยเฉพาะการใช้ไม้เนื้อแท้ในการเข้ามาตกแต่ง อาจจะมีอายุในการใช้งานที่ไม่นานนะ เพราะเนื่องจากท่ามกลางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือดอกไม้ จะต้องมีการลดน้ำหรือความชื้นต่างๆ มักจะทำให้บ้านมีอายุในการใช้งานที่จำกัด โดยเฉพาะเนื้อไม้ที่ไม่ได้ลงสีเคลือบไว้ อาจจะทำให้เกิดการผุตามระยะการเวลา เพราะฉะนั้นคุณจึงต้องมีแผนในการซ่อมแซมหรือในการตกแต่งบางใหญ่ เพื่อให้บ้านมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น เพราะฉะนั้นการประกบไม้ทั้งในและนอก อาจจะต้องมีการคำนวณและวิเคราะห์เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นหากเลือกใช้วัสดุสิ่งเทียมที่มีความคล้ายคลึงกับเนื้อไม้มากที่สุด ก็จะช่วยแก้ปัญหาในด้านนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นหากใครที่ต้องการตกแต่ง บ้านสไตล์เนเชอรัล หากมีผู้ชำนาญเกี่ยวกับการปรับแต่งบ้านในสไตล์ต่างๆเป็นที่ปรึกษา อาจจะช่วยให้คุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย รวมถึงเพิ่มอายุและความทนทานให้กับตัวบ้านได้ดีที่สุดด้วย

จุดเด่นของบ้านสไตล์เนเชอรัล

เน้นการออกแบบบ้านให้กลมกลืนกับธรรมชาติ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นส่วนของในบ้าน และส่วนของนอกตัวบ้าน จะต้องมีการทาสีพื้นหรือใช้วัสดุที่ทำขึ้นจากธรรมชาติ
ใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายในบ้าน จะเน้นไปในรูปแบบของธรรมชาติ โดยที่ไม่ควรทาสีอื่นๆทับลงไป ให้ชิ้นงานเหล่านั้นเป็นชิ้นงานดิบด้วยไม้แท้มากที่สุด แต่สามารถใช้สีเคลือบเพื่อรักษาเพิ่มอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นได้
วัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องของวัสดุธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะประกอบไปด้วยไม้
ทั้งภายนอกและภายในตัวบ้านส่วนใหญ่จะต้องใช้สีของไม้ อิฐแดง กระเบื้องดินเผา หรือวัสดุทดแทนที่ดูเป็นธรรมชาติ
ออกแบบบ้านให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบาย และใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด
การตกแต่งโดยการใช้ผนังกระจกเหมือนกรอบรูปธรรมชาติ

เนื่องจากบ้านสไตล์เนเชอรัล เป็นบ้านที่เน้นในรูปแบบของธรรมชาติ และใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด จึงทำให้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ที่พูดอยู่อาศัยจะต้องจัดรูปแบบบ้านให้อยู่กลับธรรมชาติโดยรอบให้มากที่สุด โดยเฉพาะใครที่ทำการปลูกสร้างบริเวณสวนหรือในป่า การเลือกใช้กระจกบานใหญ่แผ่นผนังบางส่วน จะช่วยให้คุณมองเห็นถึงสภาพโดยรอบของบ้าน พร้อมกับทำให้บ้านเป็นส่วนหนึ่งของป่า ซึ่งจะทำให้ได้อารมณ์ของบ้านสไตล์นี้มากที่สุด นอกจากนี้การเลือกผนังกระจกเหมือนกรอบรูปธรรมชาติ นอกจากจะช่วยให้บ้านที่มีขนาดเล็กดูกว้างขึ้นแล้ว ยังช่วยให้บ้านขนาดเล็กดูมีความสวยงามขึ้นได้อีกด้วย ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์เนเชอรัล จะทำให้เพิ่มเสน่ห์อย่างมากเมื่อคุณใช้แสงสว่างในช่วงกลางคืน ซึ่งมีเพียงจุดเดียวเท่านั้นที่มีความสวยงาม และความโดดเด่นอย่างมากของบ้านสไตล์นี้

หากสร้าง บ้านสไตล์เนเชอรัล จะมีวิธีดูแลรักษาอย่างไร

ในส่วนที่เป็นไม้แท้ จะต้องมีการลงสีเคลือบให้กับตัวไม้ เพราะนอกจากจะสามารถป้องกันความชื้นและเชื้อราที่ทำให้ตัวไม้เกิดความเสียหาย ยังช่วยป้องกันไม่ให้แมลงเจาะเข้าไปในเนื้อไม้ได้ เพื่อให้ส่วนประกอบที่ทำขึ้นมาจากไม้ส่วนต่างๆ มีอายุการใช้งานได้นานมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญจะต้องมีการบำรุงและการจัดการในการเคลือบสีทุกๆปีในช่วงฤดูแล้ง
ในส่วนของต้นไม้บริเวณรอบบ้าน ควรเลือกพันธุ์ไม้ที่มีรากไม้ไม่รบกวนตัวบ้าง เพราะเนื่องจากการจัดสวนส่วนใหญ่ จะเป็นไม้ที่มีลำต้นที่สูงใหญ่ เพราะฉะนั้นการเว้นระยะห่างที่มากกว่า 4 เมตร จะช่วยในการจัดการให้ต้นไม้ต่างๆเหล่านั้น สามารถเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่นั่นเอง
การเลือกใช้วัสดุธรรมชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหิน หรือ อิฐ มาใช้เป็นวัสดุในการตกแต่งสวนรอบนอก ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของที่นั่ง หรือที่พักผ่อนหย่อนใจ ก็จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้บ้านมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น
จัดการตัดแต่งกิ่งไม้ให้อยู่ในรูปทรงที่เหมือนกัน ซึ่งความชอบแต่ละบุคคลจะมีความแตกต่างกัน คุณสามารถจัดแต่งต้นไม้ให้มีความสมบูรณ์ได้
ควบคุมความชื้นต่างๆบริเวณรอบบ้าน ไม่ให้มีความชื้นน้อยเกินไปหรือมากเกินไป เพื่อให้คงความเขียวขจีตลอดทั้งปี

Cr อ้างอิง : https://homegardeny.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%8c-farmhouse-style/

Cr photo : Pinterest

#บ้าน #ทาวน์เฮ้าส์ #แต่งบ้าน #อินทีเรีย

5.Thai oriental styleการตกแต่งบ้าน ด้วย ไอเดียบ้านไทยโอเรียนทอล นั้น เป็นอีกหนึ่งไอเดีย การแต่งบ้านที่ให้กลิ่นอายของความ...
20/01/2022

5.Thai oriental style
การตกแต่งบ้าน ด้วย ไอเดียบ้านไทยโอเรียนทอล นั้น เป็นอีกหนึ่งไอเดีย การแต่งบ้านที่ให้กลิ่นอายของความเป็นไทย แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงาม และวิถีชีวิตไทยในอดีต ได้อย่างยอดเยี่ยม และด้วยเพราะการตกแต่งบ้าน ด้วยไอเดียบ้านไทยโอเรียนทอลผสมผสานความทันสมัย อย่างลงตัว ส่งผลให้การตกแต่งบ้านสไตล์นี้ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ดังนั้น หากใครอยากตกแต่งบ้านไทยโอเรียนทอลให้สวยงามบ้าง ต่อไปนี้คือไอเดียแต่งบ้านไทยโอเรียนทอล ให้มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย

วันนี้ 3PN Studio 06 จะพาไปชม 7 ไอเดียการแต่งบ้านสไตล์ Thai oriental การแต่งห้องแต่ละห้องเป็นอย่างไรบ้าง การเลือกใช้โทนสี เลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ ไปรับชมกันได้เลย

1.งานไม้และเฟอร์นิเจอร์ไม้
ไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง ระแนงไม้ ผนังไม้ลายไทย และเฟอร์นิเจอร์ไม้ต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย ที่ยังคงงดงามทั้งสิ้น โดยเฉพาะงานไม้ลายฉลุ และเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ให้กลิ่นอายของความเป็นไทยได้อย่างยอดเยี่ยม

2.หมอนสามเหลี่ยม
หมอนสามเหลี่ยม ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ให้ความรู้สึกถึงวัฒนธรรม และวิถีชีวิตไทยในอดีต ได้เป็นอย่างดี จึงนิยมนำมาเป็น ไอเดียตกแต่งบ้านไทยโอเรียนทอล

3.ไม้แกะสลักติดผนังสไตล์ไทย
เป็นไอเดียบ้านไทยโอเรียนทอล ที่ผสมผสานความทันสมัยของแบบบ้านในปัจจุบัน ได้อย่างลงตัว ซึ่งนอกจากการใช้ไม้แกะสลัก ตกแต่งบ้าน จะช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ความเป็นไทยแล้ว งานไม้ยังช่วยเพิ่มความเป็นธรรมชาติ ลายแกะสลักช่วยเพิ่มความงดงาม และความคลาสสิกในสไตล์ไทย ได้อีกด้วย

4.วอลเปเปอร์ลายไทยและลายกนก
เป็นอีกหนึ่งไอเดียบ้านไทยโอเรียนทอล ที่ช่วยให้บ้านสไตล์นี้ ดูดีมีระดับ หรูหรา และวิจิตรงดงามตระการตา เป็นการตกแต่งบ้าน ในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร และมีเสน่ห์เฉพาะตัว

5.ตกแต่งบ้านด้วยงานจักสาน งานหวาย
งานจักสาน งานหวาย อยู่คู่กับสังคม และวัฒนธรรมไทยมาเนิ่นนาน การตกแต่งบ้าน ด้วยงานจักสาน และงานหวายจึงให้กลิ่นอายของสังคม และวัฒนธรรมไทยได้เป็นอย่างดี สามารถบ่งบอกถึงวิถีชีวิตไทย ในอดีตได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นอีกหนึ่งไอเดียบ้านไทยโอเรียนทอลที่ทุกคนไม่ควรพลาด

6.ถ้วยโถโอชาม งานเบญจรงค์
ถ้วยโถโอชาม งานเบญจรงค์ เป็นงานหัตถกรรมและศิลปะชั้นสูงของบรรพบุรุษไทย การตกแต่งบ้านด้วยศิลปะอันงดงามเหล่านี้จึงช่วยให้ห้องดูหรูหราและงดงามตามไปด้วย

7.ของตกแต่งบ้านสไตล์ไทย
ของตกแต่งบ้านอื่นๆ ที่สามารถนำมาเป็นไอเดียบ้านไทยโอเรียนทอลได้นั้น ได้แก่ โคมไฟสไตล์ไทย งานไม้แกะสลักต่างๆ ดอกกล้วยไม้ประดิษฐ์และเฟอร์นิเจอร์โบราณ ล้วนแล้วแต่ช่วยให้บ้านสไตล์ไทยโอเรียนทอลมีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์และมีกลิ่นอายของความเป็นไทยทั้งสิ้น

Cr อ้างอิง : https://homeminiindy.com/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AD/

Cr photo : Pinterest

#บ้าน #ทาวน์เฮ้าส์ #แต่งบ้าน #อินทีเรีย

4.colonial style'โคโลเนียล' รูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีต้นกำเนิดมาจากยุคล่าอาณานิคม จนเกิดเป็นการผสมผสานทางรูปแบบสถาปัตยกรรมข...
17/01/2022

4.colonial style
'โคโลเนียล' รูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีต้นกำเนิดมาจากยุคล่าอาณานิคม จนเกิดเป็นการผสมผสานทางรูปแบบสถาปัตยกรรมของตะวันตกที่ลงตัวกับเอกลักษณ์และบริบทของท้องถิ่นอย่างกลมกลืน

วันนี้ 3PN Studio 06 จะพาไปรู้จักกับ บ้านสไตล์โคโลเนียล มีจุดเด่นไอเดียการแต่งห้องแต่ละห้องเป็นอย่างไรบ้าง การเลือกใช้โทนสี เลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ ไปรับชมกันได้เลยครับ

สถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลเป็นรูปแบบของตะวันตกที่เข้ามาในประเทศไทยในช่วงสมัย รัชกาลที่5-6 ซึ่งอยู่ในช่วงยุคล่าอาณานิคม และการที่ชาติตะวันตกเข้ามาปกครองประเทศในเขตภูมิภาคใกล้เคียงกันนี้ จึงทำให้การเผยแพร่รูปแบบของศิลปวัฒนธรรมแพร่หลายเข้ามาในประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งรูปแบบของการก่อสร้างอาคารในสมัยนั้นให้เป็นในรูปแบบตะวันตกมากขึ้นเพื่อสร้างความศิวิไลซ์ให้เกิดขึ้นในทัศนะของนานาชาติ อีกนัยหนึ่งคือเพื่อทำให้ประเทศจักรวรรดินิยมต่างๆ มองเห็นว่าประเทศไทยเป็นดินแดนที่มีอารยธรรมตามแบบฉบับของบ้านเมืองที่มีการพัฒนาแล้วนั่นเอง

จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของการออกแบบอาคารสไตล์โคโลเนียล เกิดจากการผสมผสานระหว่างแบบบ้านฝรั่งกับความเป็นอยู่แบบไทยที่เป็นเมืองแดดจัดและมีฝนตกชุก โดยการออกแบบระเบียงบ้านกว้าง มีเสารองรับชายคาเรียงตัวกันอย่างเป็นจังหวะต่อเนื่องกัน

สถาปนิกชาวต่างชาติที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการออกแบบอาคารสำคัญต่างๆ หลายแห่งในประเทศไทย และเป็นผู้วางรากฐานการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมแบบสากลในไทยนั้น ส่วนใหญ่คือชาวอิตาลี จึงส่งผลให้รูปแบบอาคารสไตล์โคโลเนียลของประเทศไทยในยุคแรก มีลักษณะที่สื่อถึงการได้รับอิทธิพลและแนวคิดจากสถาปัตยกรรมคลาาสิกของประเทศอิตาลี ซึ่งมักปรากฏอยู่ทั้งในส่วนโครงสร้างอาคารและลวดลายประดับตกแต่งต่างๆ ในส่วนของสวนภายนอกบ้านได้รับแรงบันดาลใจจากการตกแต่งสวนสไตล์คลาสสิก แต่มีการลดทอนความเป็นทางการและความสมมตรให้น้อยลง พร้อมเพิ่มความรื่นรมย์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

อาคารฝรั่งต้นแบบดั้งเดิมจะมีลักษณะค่อนข้างทึบ เนื่องจากอากาศที่หนาวเหน็บของประเทศในแถบตะวันตก แต่สำหรับในประเทศไทยที่มีอากาศค่อนข้างร้อน จึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบต่างๆ ของอาคารให้มีความเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศมากยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มช่องระบายอากาศต่างๆ และการให้ร่มเงาเพื่อกันแดด กันฝน อาทิเช่น อาคารที่ตกแต่งด้วยลวดลายไม้ฉลุ ซึ่งเรียกกันว่า 'เรือนขนมปังขิง' โดยเป็นรูปแบบของงานสถาปัตยกรรมที่เข้ามาเผยแพร่พร้อมกลุ่มมิชชันนารีที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนาในดินแดนอาณานิคมใกล้เคียง

สีสันของอาคารนิยมใช้สีโทนอ่อนหรือสีพาสเทล เช่น สีขาว สีครีม สีชมพูอ่อน สีเหลืองอ่อน เป็นต้น ผนังของอาคารส่วนใหญ่ถูกออกแบบเพื่อช่วยลดความร้อน จึงนิยมตีผนังไม้ซ้อนเกล็ดสลับกับผนังปูน และมีการตกแต่งด้วยบัวปูนปั้นรอบชายคา โดยองค์ประกอบของเสาจะมีการลดทอนรายละเอียดจากเสาโรมัน ประตูและหน้าต่างของบ้านนิยมใช้ทั้งทรงสี่เหลี่ยมและทรงรูปโค้งเกือกม้า เพิ่มรายละเอียดด้วยเส้นประดับลูกฟักเพื่อแบ่งจังหวะให้น่าสนใจ มีการประดับปูนปั้นหรือไม้ลายฉลุรอบกรอบหน้าต่าง การตกแต่งภายในนิยมใช้เฟอร์นิเจอร์รูปแบบโบราณ วัสดุพื้นนิยมใช้คือ ไม้ หินอ่อน กระเบื้องลายโบราณ บางครั้งใช้กระเบื้องสีเรียบ 2 สี อย่างสีขาว และสีดำ ปูสลับกันเป็นตารางหมากรุก

Cr อ้างอิง : https://www.forfur.com/%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99/Colonial-Style-%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7

Cr photo : Pinterest

#บ้าน #ทาวน์เฮ้าส์ #แต่งบ้าน #อินทีเรีย

3.Contemporary styleบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่  คือ เป็นการตกแต่งบ้านร่วมสมัย การผสมผสานการตกแต่งระหว่างปัจจุบันและอดีตให้เข...
14/01/2022

3.Contemporary style
บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ คือ เป็นการตกแต่งบ้านร่วมสมัย การผสมผสานการตกแต่งระหว่างปัจจุบันและอดีตให้เข้ากันอย่างลงตัว กล่าวคือเป็นการตกแต่งที่มีรายละเอียดต่าง ๆ ในสไตล์โมเดิร์น ให้เข้ากับยุคปัจจุบัน พร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งที่ดูทันสมัย เป็นการตกแต่งให้ความรู้สึกการใช้ชีวิต การอยู่อาศัย สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นสำหรับการพักผ่อนมากยิ่งขึ้น
สไตล์คอนเทมโพรารี่ ในการตกแต่งส่วนใหญ่จะเน้นความเรียบง่ายเป็นพื้นฐานหลัก แต่ต้องอาศัยหลักความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานศิลปะ อยู่พอสมควร เพราะจะต้องประยุกต์ใช้ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโทนสี แสงเงา วัสดุที่ใช้ เพราะจะทำให้การตกแต่งสวยงามลงตัวตัวมากยิ่งขึ้น แต่หากเราตกแต่งอย่างไม่มีหลักการหรือว่าความรู้แล้วละก็เป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้ออกมาสวยงามอย่างใจหวัง

วันนี้ 3PN Studio 06 จะพาไปรู้จักกับ บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ มีจุดเด่นไอเดียการแต่งห้องแต่ละห้องเป็นอย่างไรบ้าง การเลือกใช้โทนสี เลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ ไปรับชมกันได้เลยครับ

โทนสีสไตล์คอนเทมโพรารี่
เริ่มจากการใช้โทนสีก่อนเลย ส่วนมากจะเป็นโทนสีอบอุ่น อย่างเช่น สีเบจ สีน้ำตาลอ่อน ๆ สีครีม สีเทาอ่อน เป็นต้น เพราะโทนสีเหล่านี้สามารถตกแต่งเข้ากันได้ง่ายไม่ว่าจะยุคสมัยไหน นอกจากการใช้สีแล้วยังสามารถนำ วอร์เปอร์มาตกแต่งเพิ่มลูกเล่นให้กับผนังของบ้าน เพื่อไม่ให้ดูน่าเบื่อจน

การเลือกเฟอร์นิเจอร์สไตล์คอนเทมโพรารี่
สไตล์คอนเทมโพรารี่สามารถนำเฟอร์นิเจอร์มาประยุกต์ใช้ตกแต่งได้เกือบแทบทุกสไตล์ โดยหัวใจหลักเน้นการคุมโทนสีไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป หรือ หากต้องการสีสันก้สามารถตกแต่งได้แบบผสมผสานให้ลงตัวเรียกว่า Mix & Match คุณสมบัติในการเลือกเฟอร์นิเจอร์สไตล์นี้คือ เน้นประโยชน์การใช้งาน, โทนสีแนวเอิร์ทโทน, ดูสไตล์เรียบง่าย, หาซื้อได้ตามร้านทั่วไป เป็นต้น

ความร่วมสมัยในสไตล์การตกแต่งContemporaryถือว่าโดดเด่นมาก ๆ เพราะบ่อยครั้งมีการใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาผสมผสานการตกแต่งสร้างความเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งในประทศไทยนั้นถือว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแต่ละภาคอีกด้วย

Cr อ้างอิง : https://lamaison.co.th/2021/09/07/contemporary-style/

Cr photo : Pinterest

#บ้าน #ทาวน์เฮ้าส์ #แต่งบ้าน #อินทีเรีย

2.Classic styleบ้านสไตล์คลาสสิกเป็นบ้านที่อาศัยงานฝีมือชั้นสูงสไตล์ตะวันตกที่เน้นความสง่างามของรูปทรง มีความอ่อนช้อยของล...
13/01/2022

2.Classic style

บ้านสไตล์คลาสสิกเป็นบ้านที่อาศัยงานฝีมือชั้นสูงสไตล์ตะวันตกที่เน้นความสง่างามของรูปทรง มีความอ่อนช้อยของลวดลายประดับที่ซับซ้อนสวยงาม องค์ประกอบหลักมักมาจากเส้นสายของเถาวัลย์ ใบไม้ ดอกไม้ ขดเรียงตัวต่อเนื่องกัน เน้นการใช้โทนสี ขาว ดำ น้ำตาล ครีม เงิน และทอง

จากมุมมองภายนอก จะมองเห็นความยิ่งใหญ่ของตัวสถาปัตยกรรม ที่มีการดึงองค์ประกอบบางส่วนมาจากงานสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ที่ประกอบไปด้วยเสาโบราณของสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิกที่งดงามเรียงตัวเป็นจังหวะ ซึ่งแบ่งออกเป็น เสาดอริก เสาไอออนิก และ เสาคอรินเทียน ที่รูปแบบการตกแต่งบริเวณหัวเสาจะแตกต่างกัน การตกแต่งด้วยงานปูนปั้นโดยรอบอาคารที่ถูกปั้นแต่งและขัดเกลาอย่างประณีต หลังคานิยมรูปทรงจั่วหรือปั้นหยาที่มุงด้วยกระเบื้องแบบมีรูปลอน อาจมีบางส่วนที่ใช้หลังคารูปโค้งทรงโดม บริเวณโดยรอบบ้านมีการจัดสวนและลานสนามกว้างที่ตกแต่งด้วยงานประติมากรรมลอยตัวสไตล์ยุโรป เช่น รูปปั้นเด็กกรีก ม้า บ่อน้ำพุ และแลนด์สเคปที่เป็นระเบียบสวยงาม รั้วส่วนใหญ่จะนิยมใช้รั้วเหล็กสไตล์ยุโรปที่มีรายละเอียดอ่อนช้อยรับกับตัวบ้านสไตล์คลาสสิก

สเปซภายในมีความโอ่อ่าอลังการด้วยระดับความสูงฝ้าที่มากกว่าปกติ มีการตกแต่งด้วยของประดับมีราคา เฟอร์นิเจอร์หรูหราอาศัยฝีมือช่างอันประณีตในการกลึงแกะสลักตกแต่งที่บางคนรู้จักกันดีว่า “ชุดเฟอร์นิเจอร์หลุยส์” บุเก้าอี้และโซฟาบุเบาะนุ่มคลุมด้วยผ้าทอที่มีให้เลือกตั้งแต่แบบเรียบง่ายไปจนถึงลวดลายดอกไม้ซับซ้อน บางส่วนจะมีการดึงหมุด เช่น ส่วนพนักพิงเก้าอี้ หรือบริเวณหัวเตียง โต๊ะถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ เชิงเทียน และโคมไฟเพิ่มบรรยากาศที่อบอุ่นและสุนทรีย์ แต่ละห้องก็มีความพิเศษสวยงามไม่แพ้กัน เช่น ห้องน้ำ นิยมใช้อ่างอาบน้ำแบบลอยตัว รวมทั้งอ่างแบบขาสิงห์เพิ่มความสง่างาม อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ในบ้านก็มีรายละเอียดน่าสนใจ เช่น ลูกบิดประตูประดับด้วยลายนูนต่ำ ห่วงเคาะประตูหัวสิงห์ เป็นต้น

พื้นนิยมปูด้วยหินอ่อน กระเบื้องแกรนิโต้ ไม้ รวมทั้งงานหินขัด (เทอร์ราซโซ) ที่วาดลวดลายซับซ้อน บางพื้นที่จะมีการปูทับด้วยพรมทอลายคลาสสิก พรมขนสัตว์หรือหนังสัตว์ แต่งเติมงานปูนปั้นประดับบนผนังไล่ไปจนถึงฝ้าเพดาน ที่มีโคมไฟขนาดใหญ่ส่องแสงระยิบระยับห้อยระย้าลงมาจากด้านบน บางบ้านจะมีโถงบันไดเวียนขนาดใหญ่เส้นสายโค้งงอนนำสายตาผู้มาเยือนจากชั้นล่างขึ้นไปสู่ด้านบน

งานออกแบบสไตล์คลาสสิกที่มีท่วงท่าของความประณีตอ่อนช้อยด้วยงานฝีมือชั้นเยี่ยม หรูหราสง่างามด้วยสเปซที่โอ่โถง และยังคงเป็นสไตล์ในฝันของใครหลายคนจวบจนปัจจุบัน

วันนี้ 3PN Studio 06 จะพาไปรู้จักกับ บ้านสไตล์คลาสสิก มีไอเดียการแต่งห้องแต่ละห้องเป็นอย่างไรบ้างควรจะตกแต่งแบบไหน ไปรับชมกันได้เลยครับ

Cr อ้างอิง : https://www.scgbuildingmaterials.com/th/ideas/house-style/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%81-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2

Cr photo : Pinterest

#บ้าน #ทาวน์เฮ้าส์ #แต่งบ้าน #อินทีเรีย

ที่อยู่

30/7 ซ. วิภาวดี 60 แขวง ตลาดบางเขน เขต หลักสี่
Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

+66928908844

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ 3PN Studio 06ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์