yl studio YL Studio is a Thailand-based interior design practice specializing in restaurants, corporate offices, retail spaces, and public buildings

YL Studio is Thailand's interior design-practice for private residences, hotels & resorts, corperate offices, retail spaces and public building.

YL STUDIO | DESIGN PACKAGE 1. Why Us? | ทำไมต้องออกแบบกับมืออาชีพงานออกแบบภายในไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงามแต่คือการออ...
09/04/2026

YL STUDIO | DESIGN PACKAGE

1. Why Us? | ทำไมต้องออกแบบกับมืออาชีพ
งานออกแบบภายในไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงาม
แต่คือการออกแบบ “ระบบของพื้นที่” ที่ต้องทำงานได้จริง
ตั้งแต่รายละเอียดระดับมิลลิเมตร
ไปจนถึงการประสานงานกับระบบอาคาร (MEP)
เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง
ภาพลักษณ์ • การใช้งาน • งบประมาณ
สิ่งที่คุณจะได้รับจากทีมมืออาชีพ:
• Space Optimization: บริหารพื้นที่ให้คุ้มค่าทุกตารางเมตร
• Budget Control: ควบคุมงบประมาณด้วย BOQ (Bill of Quantities) ที่ละเอียดแม่นยำ
• Technical Expertise: ออกแบบให้สอดคล้องกับงานระบบวิศวกรรมอาคาร
• Visual Assurance: เห็นภาพเสมือนจริงก่อนก่อสร้าง ลดความผิดพลาด และลดต้นทุนการแก้หน้างาน

2. Our Process | ขั้นตอนการบริการ

Phase 1: Conceptual Design
• ทำความเข้าใจธุรกิจ แบรนด์ และเป้าหมายของโครงการ
• สำรวจพื้นที่จริง และข้อจำกัดของหน้างาน
• กำหนด Concept & Direction ให้สอดคล้องกับ Brand Positioning
Phase 2: Space Planning & Layout
• Zoning: แบ่งพื้นที่ใช้สอยให้สัมพันธ์และลื่นไหล (Flow)
• Floor Plan: จัดวางฟังก์ชันให้ใช้งานได้จริง
“Layout ที่ดี คือจุดเริ่มต้นของพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง”

Phase 3: Design Development & High-End Spatial Visualization
• 3D Rendering: จำลองบรรยากาศ แสง และวัสดุ ก่อนก่อสร้างจริง
• Material Selection: คัดเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์และการใช้งาน

Phase 4: Detail Design & Documentation
• Working Drawing: จัดทำแบบขยายอย่างละเอียดสำหรับงานก่อสร้าง
• BOQ (Bill of Quantities): ใช้ควบคุมงบประมาณและการจัดซื้อ
“Drawing ที่ละเอียดชัดเจน คือหัวใจของงานก่อสร้างที่ราบรื่น”

Choose Your Package | ทางเลือกที่ใช่สำหรับคุณ

🔹 Package A: Design Only (เน้นแบบมาตรฐานสากล) เหมาะสำหรับผู้ที่มีทีมผู้รับเหมาอยู่แล้ว และต้องการ "แบบที่ชัดเจน" เพื่อใช้ประกวดราคาและควบคุมมาตรฐานการทำงาน
👉 Key Value: รับชุดแบบและเอกสารครบถ้วน เพื่อการก่อสร้างที่แม่นยำ
🔹 Package B: Design & Build (ดูแลครบวงจร) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก ลดภาระการประสานงาน และต้องการความมั่นใจว่างานจบตาม Timeline และคุณภาพตรงตามดีไซน์
👉 Key Value: ทำงานเป็นทีมเดียวกัน ดูแลตั้งแต่ต้นจนส่งมอบโครงการ

📩 Let’s Get Started
หากคุณมีโครงการที่ต้องการเริ่มต้น เรายินดีช่วยวิเคราะห์เบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
LINE:
EMAIL: [email protected]
Portfolio: www.ylstudio.com

23/03/2026

“Baan Nok” is not a place.
It’s a feeling.

A feeling of simplicity, honesty,
and the authentic taste of Thai roots —
brought into the heart of Bangkok.

“Baannok-Bangkok” reinterprets
the essence of local Thai living
through a contemporary dining experience.

Located at Groove @ Central World,
the design reflects a thoughtful contrast —
between rural warmth and urban rhythm.

Raw textures, familiar materials,
and nostalgic elements are carefully refined
into a space that feels both grounded and elevated.

At YL Studio,
we translate not just a concept,
but the soul of the brand into space.

This is not just a restaurant.
It’s a story of Thai identity —
retold for today.

Opening 23 March 2026
LINE:
EMAIL: [email protected]
Portfolio: www.ylstudio.com

"เปลี่ยน 'โรงอาหาร' ให้เป็น 'สวัสดิการที่กินได้'ยกระดับ Productivity องค์กรด้วย Canteen Design ยุคใหม่"เมื่อ "เรื่องกิน"...
17/03/2026

"เปลี่ยน 'โรงอาหาร' ให้เป็น 'สวัสดิการที่กินได้'
ยกระดับ Productivity องค์กรด้วย Canteen Design ยุคใหม่"

เมื่อ "เรื่องกิน" ไม่ใช่เรื่องเล็กของคนทำงาน
ในยุคที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น การที่พนักงานต้องฝากท้องไว้กับร้านอาหารข้างนอกที่มีราคาสูง หรือต้องเสียเวลาเดินทางฝ่าแดด ฝนและมลภาวะออกไปหาของกิน ไม่เพียงแต่สร้างความเหนื่อยล้า แต่ยังส่งผลต่อสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงาน
"Corporate Canteen" ยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่ที่นั่งทานข้าว แต่มันคือ Investment ที่คุ้มค่าในการดูแลคนทำงานในองค์กร

สร้าง "Happiness Hub" ในออฟฟิศ
การมีศูนย์อาหารที่มีคุณภาพภายในองค์กร ช่วยให้พนักงาน:
• ประหยัดค่าใช้จ่าย: ควบคุมราคาอาหารให้สมเหตุสมผล เป็นสวัสดิการที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้โดยตรง
• มั่นใจในสุขอนามัย: องค์กรสามารถคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญและควบคุมมาตรฐานความสะอาดได้ด้วยตัวเอง
• สร้าง Community: เปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนไอเดีย (Casual Collision) แบบไม่เป็นทางการ

เบื้องหลังความสำเร็จคือ "Layout & System"
ศูนย์อาหารที่สวยอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้อง "ไหลลื่น" ในเชิงปฏิบัติการ YL Studio เราให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ครอบคลุมงานระบบหลังบ้านอย่างมืออาชีพ:
• Logistics Flow: การวางเส้นทางเติมวัตถุดิบ (Loading Route) ที่แยกออกจากส่วนผู้ใช้งาน เพื่อความสะอาดและไม่รบกวนสายตา
• Zoning Strategy: แบ่งพื้นที่ร้านค้า จุดปรุงอาหาร และพื้นที่นั่งทานข้าวให้มีความสัมพันธ์กัน ลดความแออัดในช่วง Peak Hour
• Dish Management: ออกแบบจุดเก็บจานและเส้นทางส่งเข้าครัวล้างส่วนกลางที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันกลิ่นและความชื้นรบกวนพื้นที่อื่น
• M&E Integrated: งานระบบไฟฟ้า ประปา การระบายอากาศ และการดักไขมัน ที่ต้องคำนวณให้รองรับการใช้งานหนักตลอดทั้งวัน
• Multi-Purpose Area: พื้นที่อเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนรองรับกิจกรรมอื่นได้ กรณีถ้าศูนย์อาหารไม่ได้เปิดบริการตลอดทั้งวัน

ให้ YL ช่วยเปลี่ยนโฉมโรงอาหารเดิม สู่ศูนย์อาหารระดับมาตรฐาน
ไม่ว่าจะเป็นการรีโนเวทพื้นที่เก่า หรือการสร้าง Food Court ใหม่ในโรงงานหรืออาคารสำนักงาน YL พร้อมนำประสบการณ์ด้านการออกแบบพื้นที่ใช้งานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม มาช่วยเนรมิตพื้นที่ที่พนักงานรู้สึกผูกพัน และสัมผัสได้ถึงความใส่ใจจากองค์กรอย่างแท้จริง
LINE:
EMAIL: [email protected]
Portfolio: www.ylstudio.com

Interior Design for Food Factory Office: ออกแบบสำนักงานในโรงงานอาหาร ให้สะท้อนมาตรฐานขององค์กรระดับสากลในอุตสาหกรรมอาหาร...
06/03/2026

Interior Design for Food Factory Office: ออกแบบสำนักงานในโรงงานอาหาร ให้สะท้อนมาตรฐานขององค์กรระดับสากล

ในอุตสาหกรรมอาหาร (Food Manufacturing) "มาตรฐาน" คือหัวใจสำคัญ ตั้งแต่สายการผลิตที่ต้องผ่านการรับรอง GMP, HACCP ไปจนถึง ISO แต่ในหลายองค์กร “พื้นที่สำนักงานในโรงงาน” กลับถูกละเลย หรือถูกออกแบบให้แยกส่วนจากภาพลักษณ์ความสำเร็จของแบรนด์

ความท้าทายของพื้นที่สำนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร
จากประสบการณ์ของทีมออกแบบที่ทำงานร่วมกับธุรกิจ Food & Beverage เราพบว่าสำนักงานในโรงงานอาหารมักเผชิญกับปัญหาคล้ายกัน เช่น
1. Layout ที่ไม่สอดคล้องกับการทำงานจริง
หลายโรงงานเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้พื้นที่สำนักงานถูกขยายหรือปรับใช้ไปเรื่อย ๆ จนเกิดการใช้พื้นที่ที่ไม่มีประสิทธิภาพ
2. ภาพลักษณ์องค์กรที่ไม่สะท้อนคุณภาพของสินค้า
บริษัทที่ผลิตสินค้าให้กับตลาดโลก อาจมีสำนักงานที่ยังคงรูปแบบเดิมตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง
3. พื้นที่ต้อนรับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจ
โรงงานจำนวนมากมีการรับลูกค้า นักลงทุน หรือคู่ค้าจากต่างประเทศ แต่พื้นที่ reception หรือ meeting area อาจยังไม่สามารถสะท้อนความเป็นมืออาชีพขององค์กรได้เต็มที่
4. พื้นที่สนับสนุนการพัฒนาองค์กร
เช่น Training Room, Innovation Kitchen, ห้องชิมอาหาร หรือพื้นที่ประชุมทีม ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบุคลากร

การออกแบบสำนักงานในโรงงานอาหาร ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม
การออกแบบสำนักงานสำหรับธุรกิจอาหารจำเป็นต้องเข้าใจบริบทของอุตสาหกรรม เช่น
• ความสัมพันธ์ระหว่าง Office และ Production
• การเคลื่อนที่ของ พนักงานและผู้เยี่ยมชมโรงงาน
• พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับ R&D หรือ Test Kitchen และ ห้องชิมอาหาร
• มาตรฐานด้าน Hygiene และ Safety
เมื่อการออกแบบเริ่มจากความเข้าใจเหล่านี้
พื้นที่สำนักงานจะไม่ใช่เพียงพื้นที่ทำงาน แต่สามารถช่วยสนับสนุนการทำงานขององค์กรได้จริง


"เราออกแบบพื้นที่... ที่เชื่อมต่อมาตรฐานการผลิต เข้ากับความภูมิใจของแบรนด์"
หากองค์กรของคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจ “หัวใจของธุรกิจอาหาร”
เพื่อยกระดับพื้นที่สำนักงานในโรงงาน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการผลิตระดับสากล
YL Studio พร้อมนำประสบการณ์และโซลูชันแบบ Turnkey มาสร้างความสำเร็จร่วมกับคุณ
นัดคุยเบื้องต้นเพื่อประเมินพื้นที่และรับคำปรึกษาเชิงกลยุทธ์
LINE:
EMAIL: [email protected]
Portfolio: www.ylstudio.com

REFRESH ภาพลักษณ์ร้านอาหารให้ความสำคัญกับลูกค้าเดิม เพิ่มเติมฐานลูกค้าใหม่ในช่วง 3–5 ปีที่ผ่านมา เราเห็นชัดเจนว่าเจ้าของ...
26/02/2026

REFRESH ภาพลักษณ์ร้านอาหาร
ให้ความสำคัญกับลูกค้าเดิม เพิ่มเติมฐานลูกค้าใหม่

ในช่วง 3–5 ปีที่ผ่านมา เราเห็นชัดเจนว่า
เจ้าของร้านอาหารจำนวนมากเริ่มกลับมามอง “พื้นที่ของตัวเอง” อย่างจริงจัง
บางครั้งไม่ใช่เพราะยอดตก
แต่เพราะรู้สึกว่า “ร้านมันห่อเหี่ยวลงโดยที่เราไม่รู้ตัว”
ไม่ว่าจะเป็นเพราะ Landlord ขอให้ปรับปรุง
แบรนด์กำลังจะก้าวไปอีก Level
หรือบรรยากาศเริ่มไม่ Match กับคุณภาพอาหารที่พัฒนาไปไกลแล้ว
การ Refresh ร้านอาหาร จึงไม่ใช่เรื่องของความสวยเพียงอย่างเดียว
แต่คือการ “อัปเดตภาพลักษณ์ให้สมกับตัวตนและทิศทางของแบรนด์ในปัจจุบัน”
ทำไมต้องปรับปรุง?
• แก้ Pain Point ที่ลูกค้าไม่เคยบอก: ที่นั่งมุมอับที่ไม่มีใครอยากนั่ง, ปัญหาเสียงก้องที่รบกวนบทสนทนา หรือความต้องการห้อง Private ที่เพิ่มขึ้น
• งานระบบที่เกินจะเยียวยา: แอร์ไม่เย็น, ท่อน้ำรั่ว, กันซึมพื้นแตก สิ่งเหล่านี้หากปล่อยไว้จะกลายเป็นต้นทุนแฝงที่ทำลายภาพลักษณ์แบรนด์
• เล่นในเกมที่ใหญ่ขึ้น: เมื่อเป้าหมายคือการขยายสาขาไปต่างประเทศ หรือการเป็น Flagship Store บรรยากาศต้องไปใน Direction ใหม่ที่พร้อมรองรับสเกลระดับสากล
"การออกแบบ" คือการสั่งตัดสูทให้เหมาะกับตัวตน
เราเห็นคนอื่นใส่สูทแล้วดูดี ก็หวังว่าถ้าเราใส่ "สูทตัวเดียวกัน" เราจะดูดีบ้าง... แต่ความจริงคือสูทที่ไม่ได้วัดตัวมักจะใส่แล้วไม่มั่นใจ ร้านอาหารก็เช่นกัน การทำตาม Theme หรือ Trend ที่เป็นกระแส อาจจะไม่ยั่งยืนในระยะยาว เพราะแต่ละแบรนด์มีสัดส่วนที่ต่างกัน:
แค่ “ค่าเฉลี่ยพื้นที่ต่อที่นั่ง”
บางแบรนด์เหมาะกับ 1 คน / 1.50 ตร.ม.
บางแบรนด์ต้องการมากกว่า 2 ตร.ม. ขึ้นไป เพื่อสร้าง comfort level ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
แม้แต่ความสูงโต๊ะ
บางแบรนด์ลงตัวที่ 75 ซม.
แต่อีกแบรนด์อาจรู้สึกว่า 71 ซม. คือระดับที่ใช่กับ positioning ของเขา
สะท้อนให้ครบทุกมิติของแบรนด์
เราเชื่อว่า ถ้าคุณตั้งใจทำอาหารดี ฝึกทีมบริการมาดี ออกแบบเมนูมาดี
สถาปัตยกรรมภายในก็ควร “สมน้ำสมเนื้อ” กับสิ่งนั้น
ตั้งแต่แสงไฟที่ลงตัว กลิ่นหอมที่พอดี ไปจนถึง Background Noise ที่ไม่บาดหู และสัมผัสของเบาะที่รองรับสรีระได้ดี ทั้งหมดนี้คือ "หมัดฮุค" ที่ทำงานร่วมกับอาหารจานเด็ด เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่า:
“คุ้มค่า คุ้มราคา คุ้มเวลา” ที่พาตัวเองมาสัมผัสการต้อนรับจากแบรนด์ของคุณ
ให้ YL Studio ออกแบบสถาปัตยกรรมภายในให้มัน “สมน้ำสมเนื้อ” กับภาพลักษณ์ร้านอาหารคุณ
LINE:
EMAIL: [email protected]
Portfolio: www.ylstudio.com

Fixed Seat & Hot Seat: ปรับออฟฟิศให้ “เบาและคล่องตัว” ตามวิธีทำงานจริง“องค์ความรู้ขององค์กรถูกถ่ายทอดผ่าน ‘ระบบการทำงาน’...
11/02/2026

Fixed Seat & Hot Seat: ปรับออฟฟิศให้ “เบาและคล่องตัว” ตามวิธีทำงานจริง

“องค์ความรู้ขององค์กรถูกถ่ายทอดผ่าน ‘ระบบการทำงาน’ ไม่ใช่โต๊ะที่ติดตรึงอยู่กับที่”

1. ทำไม "โต๊ะตัวเดิม" ถึงกลายเป็นอุปสรรค? (The Pain Point)
• โต๊ะใหญ่แต่ไร้คนนั่ง: โต๊ะขนาดใหญ่แบบเดิมมักถูกออกแบบมาสำหรับงานเอกสารในอดีต แต่ปัจจุบันองค์กรที่มีลักษณะทีม Sales และทีม Service ใช้เพียง Laptop หรือ Tablet การมีโต๊ะใหญ่จึงเป็นการ "เสียค่าเช่าที่ให้กับโต๊ะ มากกว่าการลงทุนให้กับคน"
• พื้นที่เต็ม แต่พลังงานหาย: ในวันที่ทีมออกไปหาลูกค้า ออฟฟิศจะดูเงียบเหงาและเต็มไปด้วยโต๊ะว่าง ส่งผลต่อบรรยากาศการทำงาน (Vibe) ของคนที่นั่งประจำในออฟฟิศ

2. ทำความรู้จัก Fixed Seat และ Hot Seat ในบริบทใหม่
• Fixed Seat (ที่นั่งประจำ):
o เหมาะสำหรับ: ฝ่ายบัญชี, HR, หรือ Admin ที่ต้องอยู่กับเอกสารและหน้าจอตลอดทั้งวัน
o ข้อดี: มีความเป็นส่วนตัว, รู้สึกมั่นคง จัดระเบียบอุปกรณ์พร้อมวาง Art Toy เสริมกำลังใจได้เต็มที่

• Hot Seat / Hot Desking (ที่นั่งหมุนเวียน):
o เหมาะสำหรับ: ทีม Sales, ทีม Service หรือ ทีมที่ต้องเข้าแก้ไขปัญหาที่หน้างาน มีการเข้าออฟฟิศแค่สัปดาห์ละ 1-2 วัน หรือเข้าแค่ช่วงเช้า/เย็น เพื่อประชุม brief สั้นๆ, เบิกสินค้าตัวอย่างจากโกดัง เป็นต้น
o ข้อดี: ลดจำนวนโต๊ะลงได้ 30-35% แต่รองรับคนได้เท่าเดิม เอาไปเพิ่มพื้นที่ส่วนกลาง (Social Space) หรือห้องประชุมขนาดเล็ก (focus) ได้มากขึ้น โดยไม่ลดประสิทธิภาพการทำงานของทีม

3. การใช้ Data-Driven มาแก้โจทย์ (Connecting the Dots)
• Occupancy Rate: หากพนักงานกลุ่ม Sales หรือทีม Service เข้าออฟฟิศเฉลี่ยเพียง 20% ของเวลาทำงาน การจัดโต๊ะแบบ 1 คน : 1 โต๊ะ คือการสูญเสียพื้นที่ถึง 80%
• Activity-Based Working (ABW): แทนการใช้โต๊ะขนาดใหญ่เพียงรูปแบบเดียว องค์กรสามารถออกแบบพื้นที่ให้รองรับกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น เช่น Hot Seat ขนาดกะทัดรัด (Compact Desk) ผสมกับพื้นที่โซฟา หรือโต๊ะยืนทำงาน (Standing Desk) เพื่อให้ทีมพนักงานที่เข้ามาเคลียร์งานสั้นๆ ใช้งานได้สะดวกกว่า

4. Solution สำหรับ Sales & Service: "Smart Shared Space"
• Compact Hot Seats: โต๊ะที่มีขนาดเล็กลง เน้นงานระบบไฟและช่องชาร์จที่เข้าถึงง่าย (Plug & Play)
• Lockers เป็นหัวใจสำคัญ: เมื่อไม่มีโต๊ะประจำ ต้องมี "ตู้ล็อคเกอร์ส่วนตัว" ให้พนักงานเก็บของส่วนตัวหรือเครื่องมือช่าง วิธีนี้จะทำให้ช่วยสร้าง Sense of Belonging (ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร) แม้จะไม่มีโต๊ะประจำก็ตาม
• Collaboration Zone: พื้นที่กึ่งทางการสำหรับทีม Sales มาบรีฟงานกันก่อนออกไปหาลูกค้า หรือให้ทีม Service มาคุยเทคนิคงานซ่อมบำรุง

"เราไม่ได้มาเพื่อลดจำนวนโต๊ะ แต่เรามาเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งาน (Waste Space) ให้กลายเป็นพื้นที่สร้างกำไร (Value Space) ให้กับองค์กร"
YL Studio ออกแบบสำนักงานจากข้อมูลจริง
เพื่อให้พื้นที่ทำงานสอดคล้องกับวิธีทำงาน
ลดพื้นที่สูญเปล่า และเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาวขององค์กร

LINE:
Portfolio: www.ylstudio.com

212+ PROJECTS : เบื้องหลังการสร้างพื้นที่ความสำเร็จ ที่แบรนด์คุณภาพไว้วางใจในอุตสาหกรรม Food & Beverage ที่มีการแข่งขันส...
14/01/2026

212+ PROJECTS : เบื้องหลังการสร้างพื้นที่ความสำเร็จ ที่แบรนด์คุณภาพไว้วางใจ

ในอุตสาหกรรม Food & Beverage ที่มีการแข่งขันสูง การสร้างร้านอาหารหรือคาเฟ่ที่มีคุณภาพดี
นอกจากความสวยงามที่เห็นได้ด้วยตา
หัวใจสำคัญคือ "งานออกแบบภายในที่เกื้อหนุนผลกำไร" และการสื่อสารตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจน
ที่ YL Studio เราสั่งสมประสบการณ์ผ่านการร่วมงานกับธุรกิจ Restaurant & Cafe' มาแล้วกว่า 212 โครงการ เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ออกแบบ แต่เราคือทีมที่ช่วยเปลี่ยนเงินลงทุน (Investment) ให้คุ้มค่าและเหมาะสมต่อตารางเมตร

ทำไมแบรนด์ Retail ชั้นนำและนักลงทุนระดับพรีเมียม ถึงเลือก YL Studio?
1. Proven Track Record ที่จับต้องได้จริง :
ผลงานกว่า 212 โครงการใน Portfolio ของเรา ครอบคลุมตั้งแต่ร้านเดี่ยวที่มีสไตล์ signature เฉพาะไปจนถึงแบรนด์ที่ขยายหลายสิบสาขาทั่วประเทศ

2. Scalable Design บนพื้นฐาน Operation Strategy :
เราเข้าใจลึกซึ้งทั้ง Back-of-House (BOH) และ Customer Flow ร้านอาหารเกรด A ต้องการความแม่นยำและความประณีตในงานออกแบบควบคู่ไปกับระบบการทำงานที่ลื่นไหล เพื่อลดเวลาในการบริการและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรต่อตารางเมตร

3. Professional Project Management (Cost & Time Control): สำหรับการลงทุนระดับสูง ความแม่นยำคือสิ่งสำคัญที่สุด เราบริหารจัดการงานออกแบบโดยคำนึงถึงงบประมาณและการก่อสร้างจริง เพื่อให้โครงการเสร็จสิ้นตามกำหนดการ (On-time Delivery) และลดความเสี่ยงของค่าใช้จ่ายที่บานปลาย

4. Integration กับระบบวิศวกรรมที่ซับซ้อน:
งานร้านอาหารมีความซับซ้อนมากกว่างานออกแบบทั่วไป ทั้งระบบจัดการกลิ่น, ควัน, ความร้อน และสุขาภิบาล ด้วยประสบการณ์กว่า 212 โครงการ ช่วยให้งานออกแบบของเราประสานกับระบบวิศวกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"212+ Success Stories
เราทำงานกับเจ้าของธุรกิจที่มองการออกแบบเป็นการลงทุนระยะยาว และต้องการทีมที่เข้าใจธุรกิจร้านอาหารอย่างแท้จริง”

หากคุณกำลังพัฒนา Flagship Store แห่งใหม่ หรือวางแผนขยายอาณาจักรธุรกิจร้านอาหารของคุณให้มั่นคง
YL Studio พร้อมนำประสบการณ์ที่สั่งสมอย่างยาวนาน มาเป็นรากฐานความสำเร็จให้กับแบรนด์ของคุณ

นัดคุยเบื้องต้นกับทีมออกแบบสำหรับเจ้าของธุรกิจและนักลงทุน
ที่มองการออกแบบเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์

LINE:
EMAIL: [email protected]
Portfolio: www.ylstudio.com

ออฟฟิศสวยแต่คนไม่นั่ง? ทำไมการออกแบบจาก “จำนวนโต๊ะ” ถึงไม่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่อีกต่อไปในอดีต การออกแบบออฟฟิศมักเริ่มต้น...
08/01/2026

ออฟฟิศสวยแต่คนไม่นั่ง?
ทำไมการออกแบบจาก “จำนวนโต๊ะ” ถึงไม่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่อีกต่อไป

ในอดีต การออกแบบออฟฟิศมักเริ่มต้นจากคำถามที่ว่า “พนักงานกี่คน ต้องใช้โต๊ะกี่ตัว?” แนวคิดนี้อาจใช้ได้ดีในยุคที่ทุกคนต้องตอกบัตรนั่งประจำที่ 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่ในโลกการทำงานยุค Hybrid ที่ความคล่องตัวคือหัวใจสำคัญ การวางผังออฟฟิศโดยอิงแค่ “จำนวนโต๊ะ” กำลังกลายเป็น ต้นทุนที่สูญเปล่า และบดบังศักยภาพที่แท้จริงของพนักงาน

ทำไม Headcount-Based Design ถึงกลายเป็นความเสี่ยงในปัจจุบัน?
1. จำนวนพนักงาน ไม่เท่ากับ การใช้งานจริง: ข้อมูลสถิติระบุว่าโต๊ะทำงานในออฟฟิศยุคใหม่มีอัตราการใช้งานจริงไม่ถึง 60% เพราะพนักงานต้องเข้าประชุม ออกไปพบลูกค้า หรือทำงานร่วมกันในพื้นที่ส่วนกลาง การทำโต๊ะแบบ 1:1 จึงเป็นการเสียค่าเช่าพื้นที่ไปกับ "โต๊ะว่าง"

2. "พื้นที่สร้างมูลค่า" ถูกเบียดบัง: เมื่อโต๊ะทำงานกินพื้นที่ส่วนใหญ่ พื้นที่สำคัญอย่างห้องประชุมขนาดเล็ก (Focus Room), พื้นที่ระดมสมอง (Creative Hub) หรือมุมพักผ่อนที่สร้างไอเดียใหม่ๆ มักถูกตัดออก ทั้งที่เป็นพื้นที่ที่ช่วยสร้างรายได้ให้องค์กรได้มากเช่นกัน

3. ต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น: การออกแบบที่ยึดติดกับจำนวนคนตายตัว ทำให้เมื่อองค์กรเติบโตหรือปรับโครงสร้างทีม ต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลในการรีโนเวทพื้นที่ใหม่ (Re-layout)

YL Studio แนะนำ: พลิกมุมมองสู่ Activity-Based Working

แทนที่จะเริ่มจากคำถามว่า "เอาโต๊ะกี่ตัว" เราควรเปลี่ยนมาใช้แนวคิด Activity-Based Working ที่เน้นการออกแบบพื้นที่ตาม "พฤติกรรม" และ "กิจกรรม" ของพนักงานเป็นหลัก โดยเริ่มพิจารณาจาก:
• Workflow: ทีมแต่ละทีมมีลักษณะการทำงานอย่างไร? (เน้นงานใช้สมาธิส่วนตัว หรือเน้นการทำงานร่วมกัน)
• Growth Plan: แผนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า องค์กรมีทิศทางขยายตัวอย่างไรเพื่อให้พื้นที่รองรับการเปลี่ยนแปลงได้
• Employee Experience: พื้นที่แบบไหนที่จะสร้างแรงจูงใจและช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สรุป: ออฟฟิศไม่ใช่แค่ที่สำหรับวางโต๊ะและเก้าอี้ แต่คือ "เครื่องมือเชิงกลยุทธ์" ที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ก่อนตัดสินใจออกแบบครั้งต่อไป ลองเปลี่ยนคำถามจาก "ต้องมีโต๊ะกี่ตัว" เป็น "พื้นที่แบบใด ที่จะช่วยให้คนของเราทำงานได้ดีที่สุด"

YL Studio: เราออกแบบสำนักงานจาก Data-Driven Design เปลี่ยนพื้นที่ทำงานให้เป็นกลไกขับเคลื่อนองค์กรอย่างแท้จริง
• LINE:
• Portfolio: www.ylstudio.com

RESTAURANT TYPE : สรุปประเภทร้านให้ชัด ก่อนตัดสินใจลงทุนสร้างร้านเจ้าของร้านอาหารจำนวนไม่น้อย เริ่มต้นทำร้านอาหาร  ด้วยค...
06/01/2026

RESTAURANT TYPE : สรุปประเภทร้านให้ชัด ก่อนตัดสินใจลงทุนสร้างร้าน

เจ้าของร้านอาหารจำนวนไม่น้อย เริ่มต้นทำร้านอาหาร ด้วยคำถามว่า
“ร้านควรจะดูสไตล์ไหนดี” หรือ “อยากได้ร้านแบบนี้ ทำได้ไหม”
แต่จากประสบการณ์การทำงานออกแบบร้านอาหารจริง คำถามที่สำคัญกว่านั้น คือ
ร้านของคุณอยู่ในกลุ่มไหน และตั้งใจทำธุรกิจแบบใด
เพราะ ประเภทร้านอาหาร ไม่ได้เป็นแค่คำจำกัดความ
แต่เป็นตัวกำหนดโครงสร้างการออกแบบทั้งร้าน ตั้งแต่วันแรก

ประเภทร้านอาหาร ส่งผลต่อการออกแบบอย่างไร
ร้านอาหารแต่ละประเภท มี พฤติกรรมลูกค้าและรูปแบบการใช้งานพื้นที่ไม่เหมือนกัน
หากออกแบบโดยไม่เข้าใจจุดนี้ สิ่งที่ตามมามักไม่ใช่แค่ “ร้านไม่สวย”
แต่คือปัญหาที่กระทบกับต้นทุนและการดำเนินงานโดยตรง
ตัวอย่างปัญหาที่พบได้บ่อยในหน้างานจริง เช่น
• ร้านที่ลูกค้านั่งไม่นาน แต่กลับจัดโต๊ะหลวมเกินไป
• ร้านที่เน้นประสบการณ์ แต่กลับอัดที่นั่งจนบรรยากาศอึดอัด
• ครัวที่รองรับปริมาณออเดอร์จริงไม่ไหว ทั้งที่พื้นที่ร้านดูใหญ่

ตัวอย่างความต่างของประเภทร้าน ที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ
ร้านอาหารกลุ่ม Quick Service / Fast Casual
หัวใจคือความเร็วและจำนวนรอบการใช้งานโต๊ะ
การออกแบบต้องเน้น flow สั้น ครัวทำงานเร็ว และลดพื้นที่ที่ไม่สร้างรายได้

ร้านอาหารกลุ่ม Casual หรือ Family Restaurant
ลูกค้านั่งนานขึ้น มาเป็นกลุ่มใหญ่
พื้นที่ circulation, ระยะโต๊ะ และความสบายของที่นั่ง
มีผลต่อการตัดสินใจกลับมาใช้บริการซ้ำ

ร้านอาหารระดับ Fine Dining หรือ Premium Quality
ประสบการณ์มาก่อนปริมาณ
ความหนาแน่นของที่นั่ง เสียง แสง และความเป็นส่วนตัว
ล้วนส่งผลต่อ perception ของแบรนด์

คำถามสำคัญก่อนเริ่มออกแบบแปลนร้านอาหาร
• ร้านของเราเป็นร้านอาหารประเภทใด
• ราคาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ระดับไหน
• ลูกค้านั่งเฉลี่ยกี่นาทีต่อโต๊ะ
• ร้านมีแผนขยายหรือปรับปรุงต่อเติมในอนาคตหรือไม่

สรุป
ร้านอาหารที่ออกแบบดี ไม่ใช่แค่ร้านที่ดูดีเฉพาะช่วงวันเปิด
แต่คือร้านที่ใช้งานได้จริง ควบคุมต้นทุนได้
การเริ่มต้นจากความเข้าใจ “ประเภทร้านอาหาร”
คือการลดความเสี่ยงตั้งแต่ยังไม่เริ่มก่อสร้าง
LINE:
Portfolio: www.ylstudio.com

เช่าพื้นที่ต่ออย่างคุ้มค่า: Checklist สำคัญก่อนเซ็นสัญญาหลายครั้งที่ผู้ประกอบการต้องการเปิดร้านใหม่ แต่พื้นที่ที่สนใจอยู...
16/12/2025

เช่าพื้นที่ต่ออย่างคุ้มค่า: Checklist สำคัญก่อนเซ็นสัญญา

หลายครั้งที่ผู้ประกอบการต้องการเปิดร้านใหม่ แต่พื้นที่ที่สนใจอยู่ มี ผู้เช่าเดิมกำลังจะย้ายออก
สถานการณ์แบบนี้จริงๆ แล้วเป็น โอกาสดี ที่ช่วยลดต้นทุนและประหยัดเวลาในการปรับปรุงร้าน หากรู้วิธีประเมินพื้นที่ให้ถูกต้องก่อนที่ร้านเดิมจะรื้อถอนคืนพื้นที่
YL Studio แนะนำขั้นตอนและข้อควรรู้ที่ผู้ประกอบการควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจเช่าพื้นที่ต่อ ดังนี้

1) ขอเข้าตรวจพื้นที่ก่อนรื้อถอน — เพื่อดูว่ามีอะไรใช้ต่อได้บ้าง
แม้หลายห้างหรืออาคารจะกำหนดให้ผู้เช่าเดิมคืนพื้นที่แบบ Bare Shell แต่ผู้เช่าใหม่สามารถขอเข้าตรวจพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อประเมินว่า ส่วนใดสามารถคงไว้ ไม่จำเป็นต้องรื้อถอน เช่น ระบบไฟบางส่วน, แอร์, เคาน์เตอร์, โครงสร้างผนัง ฯลฯ
การคงสภาพเดิมบางส่วนไว้ ช่วยประหยัดทั้ง งบรื้อถอน + ค่าก่อสร้างใหม่ และยังลด ระยะเวลาเปิดร้าน ได้มาก

2) โอกาสต่อรอง “ของในร้าน” ที่ยังใช้งานได้ดี (การเซ้งอุปกรณ์)
นี่คือโอกาสทองในการซื้ออุปกรณ์ในราคาที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย:
• เครื่องปรับอากาศ: มักเป็นรายการที่ต้องใช้และมีราคาสูง การซื้อต่อทำให้ผู้เช่าเดิมไม่ต้องเสียค่ารื้อถอนและขนส่ง ผู้เช่าใหม่ก็ไม่ต้องเสียค่าติดตั้งใหม่ (เพียงแค่ตรวจสอบสภาพและความสามารถในการทำงาน)
• อุปกรณ์ครัว/ตู้เย็น/ตู้แช่: หากเป็นร้านอาหาร/เครื่องดื่ม รายการเหล่านี้มีมูลค่าสูง และผู้เช่าเดิมมักต้องการขายต่อเพื่อลดภาระ
• ป้ายไฟ/ระบบแสงสว่าง/กล้องวงจรปิด: อุปกรณ์ติดตั้งที่อาจใช้ต่อได้ง่ายและช่วยประหยัดงบ
Tips การเจรจา:
เสนอราคาตามสภาพจริงและอ้างอิงราคามือสองในตลาด การที่ผู้เช่าเดิมไม่ต้องขนกลับไปเก็บโกดังมักช่วยให้การตกลงราคาง่ายขึ้น

3) เช็กระบบหลังบ้านให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ
แม้ว่าของหลายอย่างจะดูน่าใช้ต่อ แต่ควรตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านงานระบบ เช่น
• อายุของเครื่องแอร์และ BTU เหมาะกับร้านใหม่หรือไม่
• ระบบไฟฟ้ารองรับโหลดอุปกรณ์ของร้านใหม่ได้หรือเปล่า
• ระบบน้ำดี–น้ำเสียอยู่ในตำแหน่งใช้ได้จริง
• ระบบดูดควัน/ท่อ Duct มีการซ่อมบำรุงล่าสุดเมื่อไหร่
• พื้นร้านมีการทรุดหรือรั่วซึมลงชั้นล่างหรือไม่
การประเมินระบบให้ครบ ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายบานปลายในภายหลัง

4) Checklist และทำบันทึกข้อตกลงที่ชัดเจนก่อนเซ็นสัญญา
• สภาพอาคารโดยรวม : รอยร้าว, จุดรั่วซึม, ความเสียหายที่ต้องซ่อมแซมก่อนการส่งมอบ
• รายการอุปกรณ์ซื้อต่อ : จัดทำรายการละเอียด พร้อมตกลงราคาและเงื่อนไขการชำระเงิน เป็นลายลักษณ์อักษร
• ขอบเขตการรื้อถอน : ตกลงกับผู้เช่าเดิมและเจ้าของพื้นที่ให้ชัดเจนว่าส่วนใดที่จะคงไว้ และส่วนใดที่ต้องรื้อถอน
• การโอน/ต่อสัญญา : เงื่อนไขการโอนสิทธิ์การเช่า (ถ้ามี) และการทำสัญญาฉบับใหม่กับเจ้าของพื้นที่

สรุป
การเช่าพื้นที่ร้านต่อจากผู้เช่ารายเดิมเป็นการทำข้อตกลงที่สามารถเรียกว่า "Win-Win" ทั้งสองฝ่าย:
• ผู้เช่าเดิม: ลดภาระค่ารื้อถอน, ค่าขนย้าย, และได้เงินจากการขายอุปกรณ์
• ผู้เช่าใหม่: ประหยัดงบประมาณและเวลาในการปรับปรุง/ติดตั้งอุปกรณ์ใหม่

YL Studio มีประสบการณ์ตรงในการตรวจพื้นที่ร้านต่อจากผู้เช่าเดิม พร้อมให้คำแนะนำด้านงานระบบและการออกแบบ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างคุ้มค่า และเปิดร้านใหม่ได้อย่างราบรื่นที่สุด

LINE:
Portfolio: www.ylstudio.com

Data-Driven Office Design คืออะไร? และทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องใช้ก่อนเริ่มออกแบบ?ในยุคที่องค์กรต้องการ “ใช้พื้นที่ให้คุ้มที...
10/12/2025

Data-Driven Office Design คืออะไร? และทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องใช้ก่อนเริ่มออกแบบ?

ในยุคที่องค์กรต้องการ “ใช้พื้นที่ให้คุ้มที่สุด” และ “สนับสนุนรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา” การออกแบบออฟฟิศจากความรู้สึกหรือความเคยชินแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
สิ่งที่องค์กรระดับสากลกำลังใช้คือ Data-Driven Office Design — การออกแบบออฟฟิศบนพื้นฐานข้อมูลจริง ไม่ใช่การเดาจำนวนโต๊ะหรือขนาดห้องประชุม แต่คือการวิเคราะห์พฤติกรรมการทำงานของพนักงานอย่างเป็นระบบ ก่อนเริ่มวางแปลน
ทาง YL นำแนวคิดนี้ใช้กับโครงการล่าสุด CPN Office @ Central World เพื่อออกแบบพื้นที่ทำงานให้สอดคล้องกับโครงสร้างทีมยุคใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร

1) Data-Driven Office Design คืออะไร?
คือกระบวนการออกแบบสำนักงานที่เริ่มจากการ “เก็บข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ” เช่น
• จำนวนพนักงานปัจจุบันและแผนการเติบโต
• อัตราการใช้โต๊ะประจำ (Assigned Seat) และโต๊ะแบบ Flexible
• ปริมาณการใช้ห้องประชุมแต่ละขนาด
• การทำงานแบบ Hybrid / On-site
• ปริมาณเอกสารและความต้องการ Storage
• การเชื่อมโยงระหว่างแผนกที่ต้องอยู่ใกล้กัน (Adjacency Matrix)
• ลักษณะงานของแต่ละทีม (ต้องการความเงียบหรือ Collaborative)
เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้วิเคราะห์ร่วมกัน จะได้ “Space Programming” ที่แม่นยำกว่าเดิมหลายเท่า และลดความผิดพลาดที่มักเกิดในโปรเจ็กต์ออฟฟิศทั่วไป เช่น โต๊ะไม่พอ ห้องประชุมไม่เหมาะสม หรือมี Storage เกินความจำเป็น

2) ทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องใช้วิธีนี้ก่อนเริ่มออกแบบ?
2.1 ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า (Maximize Efficiency)
ออฟฟิศคือหนึ่งในต้นทุนที่สูงที่สุดขององค์กร การรู้ Data เช่น จำนวนโต๊ะที่ใช้งานจริงต่อวัน ทำให้ออกแบบพื้นที่ให้รองรับคนได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม เช่นในโปรเจ็กต์ CPN ออกแบบให้รองรับ 183 seats ภายในพื้นที่ 938 ตร.ม. โดยไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป

2.2 ลดต้นทุนก่อสร้างและค่าใช้จ่ายระยะยาว
เมื่อรู้ Data จริง จะลดการสร้าง Built-in ที่ไม่จำเป็น เช่น
• ตู้เก็บของที่ถูกคำนวณตามปริมาณเอกสารแต่ละทีม
• ห้องประชุมที่ออกแบบให้ตรงกับความต้องการใช้งานจริง (ไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป)
ผลลัพธ์คือ งบประมาณไม่บานปลาย และพื้นที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

2.3 ทำให้ Flow การทำงานดีขึ้นแบบวัดผลได้
ข้อมูลเช่น Work Pattern และการเชื่อมโยงระหว่างทีมช่วยกำหนดตำแหน่งโต๊ะ เช่น
• ทีมที่ต้องทำงานร่วมกันถูกจัดให้อยู่ใกล้กันเพื่อลดเวลาเดิน
• ทีมที่ต้องใช้สมาธิมากถูกวางให้ห่างจากพื้นที่ที่มีการเดินผ่านสูง
• พื้นที่ที่ได้รับแสงธรรมชาติถูกจัดไว้สำหรับที่นั่งหลักเพื่อเพิ่ม Productivity

2.4 สร้างออฟฟิศที่ตอบโจทย์จริง ไม่ใช่แค่สวย
ภาพลักษณ์เป็นเรื่องสำคัญ แต่ Function สำคัญกว่า
Data ช่วยให้ดีไซน์รองรับพฤติกรรมจริงของพนักงาน
เช่น
• การจัด High-back Partition เพื่อความเป็นส่วนตัว
• การแบ่ง Quiet Zone / Collaboration Zone ตามพฤติกรรมใช้งาน
• วัสดุที่เลือกตามระดับการใช้งานหนักในองค์กรใหญ่

2.5 รองรับการเติบโตขององค์กร (Scalability)
การวางแผนด้วย Data ทำให้องค์กรสามารถขยายทีมในอนาคตได้โดยไม่ต้องรื้อปรับปรุงใหญ่

3) ตัวอย่างข้อมูลที่ทีมออกแบบต้องขอจากองค์กรก่อนเริ่มวางแปลน
Checklist ที่องค์กรสามารถนำไปใช้ได้จริง:
1. จำนวนพนักงานทั้งหมดตามแผนก
2. แผนขยายทีม 1–3 ปี
3. % การใช้พื้นที่โต๊ะทำงานต่อวัน
4. Meeting Room Usage (จำนวนครั้ง/ระยะเวลา/จำนวนคน)
5. Equipment Data — Printer, Server, IT Rack
6. ปริมาณเอกสารหรือของเก็บที่ต้องใช้งาน
7. การทำงานแบบ Hybrid หรือ On-Site
8. ความต้องการพิเศษ เช่น Quiet Room, Focus Room, Project Room
โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกแปลงเป็น
• Workplace Strategy
• Space Programming
• Final Layout Plan

และนี่คือเหตุผลที่องค์กรใหญ่เลือกทำงานร่วมกับทีมออกแบบที่เข้าใจ Data อย่างครบถ้วนก่อนทำการออกแบบให้ลงตัว

สรุป
Data-Driven Office Design ไม่ใช่เทรนด์ แต่เป็น “พื้นฐานใหม่” ของการออกแบบสำนักงานยุคใหม่ หากองค์กรต้องการพื้นที่ทำงานที่ คุ้มค่า ใช้งานจริง และยืดหยุ่นในอนาคต การเริ่มต้นด้วยข้อมูลคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

YL Studio ออกแบบพื้นที่ทำงานจากข้อมูลจริงที่สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรของคุณ เพื่อให้ทุกตารางเมตรใช้งานได้คุ้มค่าและเหมาะสมกับคุณมากที่สุด

ติดต่อเรา: LINE
ดูผลงานเพิ่มเติม: www.ylstudio.com

ที่อยู่

Rama 3 Soi 10
Bangkok
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6621217578

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ yl studioผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง yl studio:

แชร์

Our Story

YL Studio is Thailand’s interior design practice. Founded by Nuttakorn Tungyoupuvadol and Supachok Prakaiboontawee , who leads the company to creating interiors for restaurant, corpotate offices, hotels and resorts, retail spaces and public spaces.

Our work is high quality design solution and uniquely tailored each client’s demand as well as client satisfaction through performance and design excellence. Ofcourse with investment cost as well.