17/09/2026
อจ.ชูเลิศโดนกรรมการจรรยาบรรณลงโทษ ”ภาคฑัณฑ์“
โดยไม่ได้ฟังชี้แจง!?
โทษนี้เหมือนเบา
แต่แท้ที่จริงคือหนัก
เพราะเป็นบ่วงคล้องคอ
ยัดอะไรให้ผิดอีกอย่าง
อาจโดนพักใบ
ซึ่งจะหลุดออกจากตำแหน่งกรรมการสภา
และ ”สมัครอีกไม่ได้ตลอดชีวิต“
ถ้านี่คือเกมการเมืองวิศวกรรม
ผมว่า..ทั้งน่าเกลียด และไร้ซึ่งความสง่างาม
และเราจะตามเรื่องนี้กันให้สุดซอย
แจ้งเพื่อทราบ!
ตอนนี้ผมกำลังถูกฟ้องร้องคดีจรรยาบรรณ! ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้โดน "ตัดสิทธิ์" ลงสมัครกรรมการสภาวิศวกร ตลอดชีวิต!!
ประเด็นของการโดนฟ้องร้องคดีจรรยาบรรณนี้ มีที่มาที่ไปค่อนข้างยาวมาก แต่จะขอสรุปคร่าวๆ ในความผิดปกติ ที่มีความแปลกประหลาด ดังนี้
1. ผมถูกฟ้องร้องโดยอดีตกรรมการสภาวิศวกร ผู้มากบารมี (เป็นผู้ที่ได้รับแต่งตั้งมาจากทางมหาดไทย ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง)
2. ผู้ที่ฟ้องร้องผม มีตำแหน่งในอนุกรรมการและคณะทำงานของสภาวิศวกร สมัยที่ 8 ไม่ต่ำกว่า 10 ชุด โดยที่ผม ไม่ได้รับตำแหน่งให้อยู่ในคณะอนุกรรมการใดๆเลยแม้แต่ชุดเดียว
3. เอกสารที่ใช้ในการฟ้องร้องผม ไม่มีปรากฏลายเซ็นต์ของผม หรือหนังสือรับรองจากสภาวิศวกร หรือแม้แต่ ใบ กว. ของผม ก็ไม่มีเลย
4. เอกสารที่ใช้ประกอบในการกล่าวหาผม มีจำนวนมากถึง 746 หน้า (คดีอื่นทั่วไปมีแค่หลักสิบถึงร้อยหน้า)
5. ประเด็นในกรณีนี้ คือ ผมเข้าไปประเมินราคาค่าซ่อมฐานรากอาคาร ที่ได้รับผลกระทบจากการขุดดินลึก ซึ่งโดยปกติแล้วงานประเมินราคา ไม่เข้าข่ายงานวิศวกรรมควบคุม
6. เจ้าของบ้านได้นำเอกสารใบประเมินราคาของผม ไปใช้ในการฟ้องร้องโครงการ โดยระบุชื่อผม อยู่ในบัญชีพยาน แต่ผมไม่ทราบเรื่องนี้เลย และไม่เคยไปขึ้นศาลในกรณีนี้
7. ทางเจ้าของบ้านได้ยื่นฟ้องร้องจำเลย 5 ราย ที่เกี่ยวข้องในงานก่อสร้าง และจำเลย 4 ใน 5 ราย ได้ตกลงที่จะจ่ายค่าเสียหาย โดยที่เป็นการเจรจาไกล่เกลี่ย ก่อนที่จะเริ่มดำเนินคดีกัน
8. เจ้าของบริษัท 1 ใน 5 ราย ที่ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย เค้าคือคนที่ฟ้องร้องผม โดยอ้างว่าได้รับความเสียหาย เนื่องจากต้องเสียค่าทนาย (แต่เรื่องจบ ตั้งแต่ไกล่เกลี่ยกันแล้ว)
9. มีการพิจารณาจากอนุกรรมการกลั่นกรอง และสรุปว่าคดีมีมูลโดยที่ ไม่มีการตรวจสอบพยานหลักฐาน ว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่างไร ไม่มีการสอบถามข้อมูลใดๆจากทางผมเลย
10. มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวน โดยที่ 2 ใน 3 ของกรรมการ เป็นผู้บริหารขององค์กร ที่มีเรื่องฟ้องร้องผม ค้างอยู่ในชั้นศาล
11. ผมได้ทำเรื่องร้องคัดค้าน การแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนทั้ง 2 ท่านนี้ ซึ่งระยะเวลาผ่านไป 3 เดือน จนมีการเปลี่ยนตัวคณะผู้บริหารองค์กรที่ฟ้องร้องผม เนื่องจากหมดวาระ เป็นชุดใหม่แทน แล้วก็มีจดหมายส่งกลับมายืนยันว่า ตอนนี้ทั้ง 2 ท่าน ไม่ได้เป็นผู้บริหารองค์กรนั้นแล้ว จึงสามารถทำหน้าที่เป็นกรรมการไต่สวนผมได้??
12. สืบเนื่องจากที่มีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารองค์กรที่ฟ้องร้องผม ก็เกิดประเด็นใหม่ขึ้นมาว่า 1 ใน 3 ของอนุกรรมการไต่สวนที่เหลือ ท่านได้มาทำหน้าที่เป็นหนึ่งในผู้บริหารองค์กรนั้นในสมัยปัจจุบันแทน!
13. ทางอนุไต่สวนยังยืนยันที่จะเป็นผู้พิจารณาจรรยาบรรณผม โดยกำหนดวันที่ เป็นปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่เนื่องจากทนายของผมไม่ว่างติดภารกิจที่ต่างประเทศในช่วงนั้น (ทางอนุไต่สวน เคยส่งจดหมายอนุญาตให้นำทนายเข้าร่วมในการไต่สวนได้) ผมจึงขอเลื่อนวันนัดเป็นช่วงปลายเมษายนแทน
14. ทางอนุกรรมการไต่สวน มีจดหมายตอบกลับมา แจ้งว่าผมมีเจตนาที่จะ "ประวิงเวลา" และทางอนุไต่สวน จะดำเนินการพิจารณาคดีนี้ โดยที่จะ "ไม่รับฟังความ" จากทางผม!!!
ผลลัพธ์จากการพิจารณาคดีจรรยาบรรณของสภาวิศวกร สามารถออกมาได้ดังนี้
1. ยกข้อกล่าวหา
2. ตักเตือน
3. ภาคทัณฑ์
4. พักใช้ใบอนุญาต
5. เพิกถอนใบอนุญาต
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ คุณสมบัติของกรรมการสภาวิศวกรนั้น จะต้องไม่เคยถูกพักใช้ หรือเพิกถูกถอน ใบประกอบวิชาชีพ
รอลุ้นกันครับ ว่าผลการพิจารณาจะออกมาเป็นอย่างไร??
ปล. ขอให้ใช้วิจารณญาณ ในการรับข้อมูลข่าวสารนี้ให้รอบคอบ เพราะข้อความที่โพสต์เป็นความเห็นจากฝั่งผมเพียงด้านเดียว