SoNiceDecor ปิดถาวร ครบวงจร ผ้าม่าน มุ้งลวด 082-078-5947

05/12/2018
Thank you Sonia Residence PattayaGive us to service you
20/09/2017

Thank you Sonia Residence Pattaya

Give us to service you

Thank you Sonia Residence PattayaGive us to service you
20/09/2017

Thank you Sonia Residence Pattaya

Give us to service you

14/10/2016

“9 คำสอน” ของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ

1.คนดี
“ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”

(พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี 11 ธันวาคม 2512)

2.อนาคตทำนายได้
“ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดที่เป็นอยู่แก่เราในวันนี้ ย่อมมีต้นเรื่องมาก่อน ต้นเรื่องนั้นคือ เหตุ สิ่งที่ได้รับคือ ผล และผลที่ท่านมีความรู้อยู่ขณะนี้ จะเป็นเหตุให้เกิดผลอย่างอื่นต่อไปอีก คือ ทำให้สามารถใช้ความรู้ที่มีอยู่ทำงานที่ต้องการได้ แล้วการทำงานของท่าน ก็จะเป็นเหตุให้เกิดผลอื่นๆ ต่อเนื่องกันไปอีก ไม่หยุดยั้ง ดังนั้นที่พูดกันว่า ให้พิจารณาเหตุผลให้ดีนั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้พิจารณาการกระทำหรือกรรมของตนให้ดีนั่นเอง คนเราโดยมากมักนึกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรเราทราบไม่ได้แต่ที่จริงเราย่อมจะทราบได้บ้างเหมือนกัน เพราอนาคต ก็คือ ผลของการกระทำในปัจจุบัน”

(พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 8 กรกฎาคม 2519)

3.ความดี
“การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลัง ในการสร้างเสริมและสะสมความดี”

(พระบรมราโชวาทพระราชทาน แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สวนอัมพร 14 สิงหาคม 2525)

4.การทำงาน
“เมื่อมีโอกาสและมีงานทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้ หรือเงื่อนไขอันใด ไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใด ย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยัน และ ความซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น”

(พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา 8 กรกฎาคม 2530)

5.คุณธรรมของคน
“ประการแรก คือ ความซื่อสัตย์ ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจฝึกใจตนเอง ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัตย์ความดีนั้น ประการที่สาม คือ การอดทน อดกลั้น และอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัตย์สุจริต ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมคุณธรรมสี่ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงาม จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุขความร่มเย็นและมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อไป”

(พระบรมราโชวาท ในพิธีบรวงสรวง สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า 5 เมษายน 2535)

6.ความเพียร
“ความเพียรที่ถูกต้องเป็นธรรม และพึงประสงค์นั้นคือความเพียรที่จะกำจัดความเสื่อมให้หมดไป และระวังป้องกันมิให้เกิดขึ้นใหม่ อย่างหนึ่ง กับความเพียรที่จะสร้างสรรค์ความดีงาม ให้บังเกิดขึ้นและระวังรักษามิให้เสื่อมสิ้นไป อย่างหนึ่ง ความเพียรทั้งสองประการนี้ เป็นอุปการะอย่างสำคัญ ต่อการปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน ถ้าทุกคนในชาติจะได้ตั้งตนตั้งใจอยู่ในความเพียรดังกล่าว ประโยชน์และความสุขก็จะบังเกิดขึ้นพร้อม ทั้งแก่ส่วนตัวและส่วนรวม”

(พระราชดำรัสพระราชทานในพิธีกาญจนาภิเษก ทรงครองราชย์ ครบ 50 ปี พ.ศ.2539)

7.แก้ปัญหาด้วยปัญญา
“ปัญหาทุกอย่างไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มีทางแก้ไขได้ ถ้ารู้จักคิดให้ดี ปฏิบัติให้ถูก การคิดได้ดีนั้น มิใช่การคิดได้ด้วยลูกคิด หรือด้วยสมองกล
เพราะโลกเราในปัจจุบันจะวิวัฒนาการไปมากเพียงใดก็ตาม ก็ยังไมมีเครื่องมืออันวิเศษชนิดใด สามารถขบคิดแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างสมบูรณ์
การขบคิดวินิจฉัยปัญหา จึงต้องใช้สติปัญญา คือคิดด้วยสติรู้ตัวอยู่เสมอ เพื่อหยุดยั้งและป้องกันความประมาทผิดพลาด และอคติต่างๆมิให้เกิดขึ้น
ช่วยให้การใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างเที่ยงตรง ทำให้เห็นเหตุเห็นผลที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นกระบวนการได้กระจ่างชัด ทุกขั้นตอน”

(พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 สิงหาคม 2539)

8. คนเราจะต้องรับและจะต้องให้
“คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้”

(พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521)

9.พูดจริง ทำจริง

“ผู้หนักแน่นในสัจจะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญ จากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม”

(พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 10 กรกฎาคม 2540)

ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ oknation

To my friend outside of Thailand.You might be surprised to see all Thai people sharing our King’s pictures on Facebook a...
14/10/2016

To my friend outside of Thailand.

You might be surprised to see all Thai people sharing our King’s pictures on Facebook at this moment. You might wonder what is happening and why.

The reason is, our beloved King of Thailand is unwell and we are all praying for his recovery. If you do not know our King, you might also wonder why Thai people love our King so much.

Let me proudly tell you why.

In all 70 years as the King of Thailand, our King had never live a luxurious life as he could do. Every day, as long as I can remember, he had worked long day and long night to help us, his people.

He traveled to all the remote areas in Thailand. Places that even us do not dare to go. Map and pencil in his hands, creating thousands of his Royal projects to help his people with water project, agricultural, healthcare and so many other things more than we can think about.

His palace, unlike any palace in this world, is the testing ground for new agricultural concept aim to improve people’s living. Many of these concepts had been implemented all over the country.

We love him not because he is the King of Thailand but because what he has done. Our King, the ordinary man who had been working to help us all his life and never asked for anything in return.

To Thai people, our King is truly the center of our love and believe in goodness.

ผลเสียของการไม่ล้างเครื่องสำอางค์ก่อนนอนเกิดมาเป็นผู้หญิงที่รักการแต่งหน้าทั้งที คาดว่าสาว ๆ ร้อยทั้งร้อยก็ต่างรู้ดีว่าก...
17/09/2016

ผลเสียของการไม่ล้างเครื่องสำอางค์ก่อนนอน

เกิดมาเป็นผู้หญิงที่รักการแต่งหน้าทั้งที คาดว่าสาว ๆ ร้อยทั้งร้อยก็ต่างรู้ดีว่าการเข้านอนไปทั้ง ๆ ที่ยังแต่งหน้านั้นแย่แค่ไหน นี่ชีวิตจริงนะจ๊ะไม่ใช่ละครไทย ที่ต้องแต่งหน้าตอนเข้านอนน่ะ เอาล่ะ งั้นลองข้ามฝั่งมาดูสาวอังกฤษกันดูบ้างดีกว่า จากผลการสำรวจของเว็บไซต์ Escentual แหล่งขายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ประทินความสวยความงามออนไลน์ ที่หว่านการสำรวจลงไปยังลูกค้าสตรีจำนวน 778 ราย ก่อนจะพบว่าสาวอายุต่ำกว่า 30 ปีลงไปในสมัยนี้ ละเลยการล้างเมคอัพกันก่อนเข้านอนเป็นจำนวนมาก โดยมีถึง 47.9% ที่นอนไปทั้งที่ยังแต่งหน้าอย่างน้อยก็สัปดาห์ละ 1 ครั้ง และอีก 29.4% สัปดาห์ละ 2 ครั้งเป็นอย่างต่ำ โดยสาเหตุสำคัญที่สุดให้พวกเธอไม่ยอมล้างหน้าล้างตาเช็ดเครื่องสำอางให้สะอาด ก็เพราะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าตาจะปิดจากการท่องราตรีและปาร์ตี้สุดเหวี่ยงนั่นเอง

เมื่อผลออกมาแบบนี้ก็ชี้ให้เห็นว่าสาวสมัยใหม่ไม่ค่อยได้ใส่ใจคำสอนของคนเคยเป็นสาวมาก่อนอย่างรุ่นแม่รุ่นยาย ที่มักจะจ้ำจี้จำไชย้ำนักย้ำหนาว่าจะอย่างไรก็ตามก่อนนอนก็ต้องล้างเครื่องสำอางออกเสียให้หมด ไม่อย่างนั้นหากนอนทั้งเมคอัพไป 1 คืนหน้าจะแก่ลงถึง 7 วันเลยทีเดียวเชียว !

ใช่ว่าสาวสมัยนี้จะไม่เชื่อว่าการนอนทั้งที่ยังแต่งหน้าเป็นสิ่งไม่ดีหรอกนะ เพียงแต่ไม่เชื่อว่าแค่นอนหลับไปทั้งเมคอัพแค่คืนเดียวจะทำให้หน้าเหี่ยวล้ำไป 7 วันอย่างที่แม่บอกมาต่างหาก ก็สาวอังกฤษที่ได้ทำการสำรวจมาน่ะ บอกว่าถ้าแก่ลงอย่างมากเฉลี่ยก็สัก 2.15 วันเท่านั้นเอง แต่อย่างนั้นก็เถอะ ถ้ามาคำนวณดูเป็นเวลาตลอดปี หากในหนึ่งปีนั้นนอนโดยไม่ล้างเมคอัพไปทุกคืน ก็จะแก่ลงล่วงหน้าไปถึง 111 วัน หรือตั้ง 3 เดือนครึ่งเชียวนะ .. ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แล้วนะเนี่ย

ผลเสียของการไม่ล้างเมคอัพก่อนเข้านอนทำให้สภาพผิวหน้าแย่ลงได้หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นผิวอุดตันจนสิวบุกในยามเช้า ตื่นมาพร้อมหน้าตาแห้งเหี่ยวไร้ความชุ่มชื้น หรือขนตาร่วง เปราะบาง อ่อนแอยิ่งกว่าเดิม ชนิดที่ปัดมาสคาร่าไปแล้วก็ไม่ช่วยให้ดูดีขึ้นเท่าไหร่ แล้วมันคุ้มหรือที่จะเอาใบหน้าเดียวที่เรามีไปแลกกับสิ่งเหล่านี้เพียงเพราะอยากนอนจนขี้เกียจลุกขึ้นมาล้างเมคอัพ การเช็ดล้างเครื่องสำอางนั้นง่ายแสนง่าย ใช้เวลาแค่ไม่ถึง 10 นาที ยิ่งถ้ามีเมคอัพรีมูฟเวอร์ดี ๆ เช็ดไม่ถึง 5 นาทีก็ออกหมดจดแล้ว หรือจะเปลี่ยนเป็นเมคอัพรีมูฟเวอร์ในรูปแบบทิชชูเปียก วางไว้ใกล้ ๆ หัวเตียง สำหรับใช้ในวันที่เหนื่อยล้าจัด ๆ จนไม่อยากทำอะไร รวบรวมแรงฮึดสุดท้ายดึงทิชชูเปียกอันนี้มาเช็ดหน้าแล้วค่อยหลับไป ก็จะทั้งง่ายและประหยัดเวลา แถมหน้าก็สะอาด ตื่นมาผิวหน้าก็ไม่โทรมอีกด้วย

รู้อย่างนี้แล้วสาวคนไหนที่มาสารภาพเสียงอ่อย ๆ ว่าเคยหลับไปทั้งที่ยังแต่งหน้าอยู่เหมือนกัน ก็พยายามปรับเปลี่ยนนิสัยของตัวเองดูนะคะ สละเวลานอนแค่ชั่วครู่มาเช็ดหน้า รับรองว่าชะลอไม่ให้หน้าเหี่ยวไวได้หลายปีเชียวล่ะจ้า

credit: http://women.kapook.com

--------------------------------------------------------------------

AVARI New Zealand Milk Soap สบู่น้ำนมวัวนิวซีแลนด์
ล้างหน้า และ เครื่องสำอางค์จบในขั้นตอนเดียว

สนใจสอบถามได้เลยจร้า

AVARI มีส่วนผสมหลักคือน้ำนมวัวนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ ทำให้ลักษณะของคลีนซิ่งมีความเป็น Milk Cleansing ช่วยให้การทำความ...
17/09/2016

AVARI มีส่วนผสมหลักคือน้ำนมวัวนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ ทำให้ลักษณะของคลีนซิ่งมีความเป็น Milk Cleansing ช่วยให้การทำความสะอาดใบหน้าอ่อนโยน ล้างคราบเครื่องสำอางออกง่าย ไม่มีสิ่งตกค้าง ลดปัญหาสิวอุดตัน

น้ำนมอุดมไปด้วยกรดแลกติก (Lactic Acid) ที่เป็นกรด อัลฟาไฮดรอกซี (Alpha Hydroxy Acid) ธรรมชาติมีกลไกการออกฤทธิ์ที่สำคัญในการควบคุมสมดุลของความชุ่มชื้นของผิวให้เป็นปกติ ช่วยกระตุ้นเซลล์ที่ตายแล้วแต่ยังจับกันแน่นให้หลุดออกได้โดยง่าย ทำให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทน ทำให้ผิวดูสดใส ช่วยดูแลผิวพรรณให้ดูอ่อนนุ่ม
และน้ำนมยังเป็นแหล่งของวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆมากมาย ช่วยสร้างซ่อมแซมเซลล์ผิว เช่น
-Vitamin A ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้หลุดลอกอย่างอ่อนโยน เพื่อการแบ่งตัวของเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรง
-Vitamin B6 จำเป็นสำหรับการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี
-Vitamin B12 ช่วยให้ผิวมีความเรียบเนียนสม่ำเสมอ ลดรอยด่างดำและรอยแผลเป็นจากสิว
-Vitamin D ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ชะลอการเกิดริ้วรอย ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ช่วยให้จุดด่างดำจางลดเลือน เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
-Potassium ช่วยให้ความชุ่มชื้นและบำรุงผิว ลดผิวแห้งคัน
-Magnesium ช่วยให้ผิวกระจ่างใสอ่อนเยาว์ ชะลอกระบวนการชราของผิว
-Biotin ช่วยฟื้นฟูผิวที่หยาบกร้านและแห้งแตกให้มีความชุ่มชื้นขึ้น
-Calcium ช่วยเซลล์ผิวด้านนอกผลิตคอลลาเจน ให้ผิวมีความยืดหยุ่นและลดการเกิดอนุมูลอิสระ
-Selenium ช่วยในการต่อสู้กับสารอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดริ้วรอยผิว ปกป้องผิวจากแสงแดด ช่วยรักษาความกระชับและความยืดหยุ่นผิว ทำให้ผิวแข็งแรงและแลดูอ่อนเยาว์
นอกจากนั้นน้ำนมมีโปรตีนคุณภาพสูง ช่วยสร้างแผ่นฟิลม์โปรตีนบางๆขึ้นมาเพื่อปกป้องเซลล์ผิว และมีไขมันที่ดีต่อสุขภาพผิว (Healthy Fat) ทำให้ผิวนุ่มลื่นเนียน ถนอมผิวอย่างอ่อนโยน

AVARI มีส่วนผสมหลักคือน้ำมันมะกอก (Olive Oil) นำเข้าจากประเทศกรีซ

น้ำมันมะกอกมีชื่อมานานในเรื่องของการกำจัดน้ำมัน (oil dissolve oil) น้ำมันมะกอกให้ความสามารถในการล้างความมันส่วนเกินและควบคุมความมันได้ดี เมื่อถูกปรับโมเลกุลให้ละลายน้ำ (Emulsion) กลายเป็นสารชำระล้างชนิดไม่มีประจุ ซึ่งสามารถละลายเอาเมคอัพที่กันน้ำออกมาได้อย่างง่ายดาย ไม่ให้เกิดการอุดตันผิว ทั้งยังช่วยล้อมรอบสิ่งสกปรก คราบไขมันไว้ด้านใน จึงป้องกันสิ่งสกปรกที่กระจายตัวอยู่ในน้ำกลับมาเกาะที่พื้นผิวอีกครั้ง และในน้ำมันมะกอก มีสารต้านอนุมูลอิสระจาก squalene (พบมากในปลาฉลามและน้ำมันมะกอก) ซึ่งเป็นหนึ่งของไขมันที่พบมากที่สุดที่ผลิตจากเซลล์ผิวหนังของมนุษย์ วิตามินเอและอีในน้ำมันมะกอกเป็นสารต่อต้านริ้วรอยที่สำคัญ ช่วยลดริ้วรอยในขณะเดียวกันการบำรุงผิว

น้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil) อุดมไปด้วยวิตามินอีและกรดไขมันที่สามารถซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวได้รวดเร็ว ไปบำรุงผิวทำให้ผิวอ่อนนุ่ม เรียบเนียน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเซลล์ผิวให้มากขึ้น และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย สามารถที่จะลึกเจาะเข้าไปในชั้นผิวบำรุงจากภายในทำให้ผิวของคุณนุ่มและจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของทำให้แลดูอ่อนเยาว์
AVARI Milk Cleansing Bar ถูกออกแบบมาให้ดูแลโครงสร้างผิวชั้นนอก (Epidermis) เป็นพิเศษ ผิวชั้นนอกเป็นชั้นผิวที่มีความสำคัญมากเพราะอยู่ด้านนอกสุด โดนสภาวะแวดล้อม แสงแดด รวมถึง make up ทำลายตลอดเวลา ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้ผิวด้านนอกนั้นมีสุขภาพแข็งแรง

เซราไมด์ (Ceramide) ทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ผิวอยู่ด้านบนสุดของชั้นผิวหนัง ทำหน้าที่ในการสร้างกำแพงไขมัน (Lipid Bilayer) เพื่อไม่ให้สภาวะแวดล้อมจากภายนอกมาทำลาย ลดการเกิดปฎิริยาออกซิเดชั่นของเซลล์ผิวทั้งช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ได้ดีกว่าไขมันชนิดอื่น ช่วยในการปกป้องและฟื้นฟูผิวพรรณให้ฟื้นคืนจากการขาดน้ำหรือผิวที่แห้งกร้าน และยังทำหน้าที่ประสานโครงสร้างต่างๆของเซลล์ผิวให้ยึดเกาะกันเป็นระเบียบและแข็งแรงมากขึ้น Ceramideใน AVARI ประกอบไปด้วย Bioactive Ceramide Complex (Ceramide I,III, VI, Phytoshpingosine) เป็นสารสกัดที่มีคุณสมบัติเหมือนสารปกป้องผิวตามธรรมชาติ (Natural Protection Factor)
-Ceramide I สร้างภูมิคุ้มกันให้เซลล์ผิว ช่วยลดผื่นคัน ลดผิวแห้งแตกผิวลอก
-Ceramide III ช่วยลดการระคายเคืองผิว
-Ceramide VI เพิ่มการหลุดลอกของเซลล์ผิวชั้นนอก ทำให้ผิวหนังเรียบเนียนขึ้น
-Phytosphingosine ลดการระคายเคืองต่างๆ ลดอาการแดง รอยแดงที่เกิดจากการระคายเคือง

AVARI มีส่วนผสมหลักคือ อมิโน(Amino Acid) เป็นอนุพันธ์ที่เล็กที่สุดของโปรตีน และเป็นโครงสร้างของคอลลาเจนทุกชนิด (เล็กกว่าคอลลาเจนถึง 3000เท่า) อมิโนถูกกล่าวขานว่า "หน่วยการสร้างของชีวิต" อมิโนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งของเซลล์ผิว มีคุณค่าต่อผิวหน้าอย่างมากมาย

อมิโน (Amino Acid) ใน AVARI คือ TEA-Cocoyl Glutamate ช่วยลดแรงตึงผิวประเภท "Amino-Surfactants" เนื่องจากในโครงสร้างของมันเองประกอบด้วย Long Chain Fatty Acids และ Glutamic Acid ช่วยลดแรงตึงผิว ที่เหมาะสำหรับผิวหน้า ช่วยทำความสะอาดคราบมันได้ดี ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง Long Chain Fatty Acids บนผิวหนังมีส่วนช่วยเป็นปราการป้องกันผิวและทำให้ผิวอ่อนนุ่ม ช่วยเสริมสร้างการผลิตเอนไซน์ตามธรรมชาติ TEA-Cocoyl Glutamate ช่วยรักษา PH ให้ผิวหนังอยู่ในระดับกรดอ่อนตามธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ปราศจากการระคายเคือง จนได้รับการยกย่องว่าเป็น "Tear Free Surfactant" มีความอ่อนโยนเหมาะกับผลิตภัณฑ์เด็กอ่อน
มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การล้างหน้าและทำความสะอาดเครื่องสำอางง่ายๆในขั้นตอนเดียว

AVARI "คลีนซิ่งรูปแบบก้อน"
คลีนซิ่งที่ทำมาเพื่อสาวๆ ที่ชอบความสะอาดและรวดเร็วในการล้างหน้า ล้างเครื่องสำอาง
ขายดีที่สุด ชั่วโมงนี้...
มีคลิปรีวิวอีกมากมายที่ AvariOfficial Chanel
https://www.youtube.com/channel/UCtRwAxCibaOsQVuaMBpSVjA
สนใจสอบถาม/สั่งซื้อกับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

#ล้างเครื่องสำอางในขั้นตอนเดียว #คลีนซิ่งแบบก้อน #เทคนิคการล้างมาสคาร่า #ลดสิวอุดตัน #หน้าสะอาด #ผิวดี

👉 ดูให้จบ 1นาที!! >> น้องฝน "นางพญาปลวก" Blogger คนสวยมาโชว์ 💦 ล้างเครื่องสำอางแน่นๆ เปรียบเทียบแบบ "คลีนซิ่งทั่วไป" และ...
17/09/2016

👉 ดูให้จบ 1นาที!! >> น้องฝน "นางพญาปลวก" Blogger คนสวยมาโชว์ 💦 ล้างเครื่องสำอางแน่นๆ เปรียบเทียบแบบ "คลีนซิ่งทั่วไป" และล้างด้วย "Avari คลีนซิ่งในรูปแบบก้อน" #ดูแล้วก็แชร์วนไปคะ

💄 ล้างเครื่องสำอางสะดวก สะอาดหมดจด จบในขั้นตอนเดียว ได้นอนไว ช่วยลดสิวผดสิวอุดตัน ใครยังไม่ได้ลอง ลองเลย!!

✅ คลิ๊กชมคลิป "พี่ดี้ ชนานา" สาว 2000ปี หน้าใสมาก ผิวดีมากๆๆ ปีนี้พี่ดี้ 53 แล้วแต่ดูแลตัวเองดีมาก พี่ดี้ทดลองใช้อาวารี่ แล้วประทับใจมาก ขอรีวิวออกสื่อกันเลยทีเดียว คลิ๊กที่นี่ >>> https://youtu.be/sFCdIf0ZEnw

Avari คลีนซิ่งน้ำนมแบบก้อน ล้างหน้าและเครื่องสำอางค์ง่ายๆในขั้นตอนเดียว Tel.098-980-7989 Line: (อย่าลืมใส่เครื่องหมาย@นะคะ) www.Facebook.com/AvariOffi...

Avari Cleansing ในรูปแบบก้อน ล้างเครื่องสำอางง่ายๆในขั้นตอนเดียวเป็นคลีนซิ่งในรูปแบบก้อนที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยสถิต...
17/09/2016

Avari Cleansing ในรูปแบบก้อน ล้างเครื่องสำอางง่ายๆในขั้นตอนเดียว
เป็นคลีนซิ่งในรูปแบบก้อนที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยสถิติการขาย 5 นาที/1ก้อน
วันนี้กับ Set ทดลองใช้ สำหรับสาวๆที่อยากมั่นใจว่า Avari สามารถตอบโจทย์การล้างเครื่องสำอางได้จริง
ชุดทดลอง ประกอบไปด้วย Avari Clensing Bar + Avari Jelly Puff
เพียง 390฿
สั่งซื้อได้แล้ววันนี้กับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

~~~สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย~~~
~~~สอบถามและสมัครกับตัวแทนจำหน่ายได้เลย~~~

, , , , ,
#คลีนซิ่งแบบก้อน #ล้างเครื่องสำอาง #ล้างหน้าขั้นตอนเดียว

ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากนะจ๊ะสาวๆ ต้องอ่านให้จบนะ คลิกดูทุกรูปอ่านทุกข้อความ เราจะได้รู้ว่าเราเข้าใจผิดมานาน ชอบเนื้อหาแบบ...
17/09/2016

ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากนะจ๊ะสาวๆ ต้องอ่านให้จบนะ คลิกดูทุกรูปอ่านทุกข้อความ เราจะได้รู้ว่าเราเข้าใจผิดมานาน

ชอบเนื้อหาแบบนี้ก็แชร์วนไปนะคะ และอย่าลืมกด Like กด Share ให้กำลังใจกันด้วยนะ จะหาเนื้อหาดีๆแบบนี้มาแบ่งปันอีกนะ
************************************************
เคยเป็นไหมคะสาวๆ เวลาซื้อเครื่องสำอางมาทีไรก็ใช้ไม่เคยจะหมด แถมซื้อมาเยอะๆอีก เวลาเก็บก็ยัดเข้าไปในตู้เย็นกะไว้ว่าจะค่อยๆทยอยเอาออกมาใช้ >.< แน่นอนใครที่เป็นสาวขี้งกเหมือนกันกับเราก็ต้องทำแบบนี้กัน 555 ถ้าใครทำแบบนี้บอกได้เลยคะ ว่าต่อไปนี้ต้องเลิกเก็บในตู้เย็นกันได้แล้วคะ

เรามาดูกันค่ะว่าอะไรคือสาเหตุทำให้ครีมของเราไม่ควรเก็บในตู้เย็นกัน

-ในการผลิตครีมและเครื่องสำอางต่างๆ จะมีส่วนประกอบสำคัญคือน้ำและน้ำมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ เมื่อจะต้องทำงานร่วมกันจึงต้องใช้สารอีมัลชั่นเพื่อให้น้ำและน้ำมันเข้ากัน เมื่อร้อนหรือเย็นเกินไปจะทำให้น้ำและน้ำมันแยกตัวกันเร็วขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้คุณภาพของครีมมีแนวโน้มจะจะเสื่อมลงเร็วขึ้น
-ในการผลิตครีมจะมีการทดสอบการคงทนของครีมในสภาวะเร่ง ด้วยการนำครีมที่ผลิตเสร็จแล้วเข้าห้องทดลอง แล้วมีการควบคุณอุณหภูมิที่สุดขั้วเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง โดยจะควบคุณอุณหภูมิที่ 2-8°C และ 40-45°C เพื่อดูว่าครีมจะคงตัวอยู่ได้มั้ย ซึ่งครีมที่มีมาตราฐานจะต้องผ่านการทดสอบนี้ทุกรอบการผลิต ดังนั้นถ้าเราเก็บครีมของเราในตู้เย็นที่มีความเย็น 2-8°C เท่ากับเรากำลังสร้างความเครียดให้กับครีมของเรา ซึ่งอาจจะทำให้คุณภาพของครีมมีแนวโน้มจะจะเสื่อมลงเร็วขึ้น
-ความเย็นแม้จะลดการเปลี่ยนสภาพของสารประกอบบางชนิดได้ แต่สารบางชนิดความเย็นก็ไม่สามารถหยุดการเสื่อมสภาพได้ ดังนั้นเมื่อครีมหมดอายุก็ต้องทิ้ง ไม่สามารถนำมาใช้ได้แม้ว่าจะมีสีและกลิ่นเหมือนเดิม อย่าเสียดายนะคะ เพราะผลเสียที่ตามมาไม่คุ้มกันคะ
-เชื้อโรคต่างๆที่เจริญอยู่ในตู้เย็น สามารถปนเปื้อนในครีมของเราได้ เพราะในตู้เย็นของเรามีอาหาร ผัก แช่รวมอยู่ด้วย ทำให้มีโอกาสปนเปื้อนของเชื้อโรคสูง ไม่ว่าจะเป็นจุลินทรีย์หรือแบคทีเรีย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับจุดบอบบางอย่างดวงตาต้องระวังพิเศษนะคะ
-ตู้เย็นมีความชื้นสูง ทำให้เครื่องสำอางจะดูดความชื้นและเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าที่ควร โดยเฉพาะสำหรับเครื่องสำอางที่เป็นพวกเนื้อแป้ง ไม่ว่าจะเป็นแป้งสำหรับทาหน้า บลัช อายแชโดว์ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นผงแห้ง
-ความเย็นหรือความร้อนมากเกินไป อาจจะทำให้ลิปสติกมีเหงื่อ (sweating เห็นน้ำมันเกาะบนแท่งเป็นจุดๆเหมือนเวลาคนเหงื่อออก) ความร้อนสามารถเร่งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทำให้ผลิตภัณฑ์เหม็นหืนได้ง่าย และหากการเก็บในที่เย็นเกินไป ก็มีโอกาสที่จะทำให้พวกแว๊กซ์ตกผลึก ความแข็งและความเปราะของแท่งเปลี่ยนแปลงได้

คำแนะนำในการเก็บรักษาครีมและเครื่องสำอาง

สินค้าที่ยังไม่เปิดใช้
1 ให้เก็บห้องมีอากาศถ่ายเท ถึงแม้อุณหภูมิจะเกิน 25 องศาก็สามารถเก็บเครืองสำอางได้ ไม่จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็น
2 แสงแดดส่องไม่ถึง
3. อากาศถ่ายเท ไม่อบอ้าว
4. ห้ามเก็บในตู้เย็น
4. เก็บในภาชนะที่ปิดสนิท
เก็บได้ตามข้อ 1-4 สินค้าจะมีอายุ 2.5 ปีนับจากวันผลิต ยกเว้นบนบรรจุภัณฑ์ระบุเป็นอย่างอื่น

สินค้าที่เปิดใช้แล้ว
1. ควรใช้ให้หมดภายใน 6-12 เดือนนับจากวันเปิด
2. ใช้ไม่หมดควรเอาทิ้ง
3. ไม่จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็น

Cr: เภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Cr: เภสัช หรรษา มหามงคล
Cr: เภสัชน้ำหวาน

5 ปัญหาการเลือกคลีนซิ่ง ที่คนชอบแต่งหน้าไม่รู้วันนี้ใครออกจากบ้านไม่แต่งหน้า คงไม่มีใครกล้าเดินออกจากบ้าน! คิดว่าจริงไหม...
17/09/2016

5 ปัญหาการเลือกคลีนซิ่ง ที่คนชอบแต่งหน้าไม่รู้

วันนี้ใครออกจากบ้านไม่แต่งหน้า คงไม่มีใครกล้าเดินออกจากบ้าน! คิดว่าจริงไหม
ยิ่งในทุกวันนี้เหล่าบรรดา Beauty Blogger ออกมาสอนการแต่งหน้าสารพัดแนว
เราก็ดูมันทุกคลิป แต่งทุกลุค สอยมาทุกตัวที่แนะนำ...

แต่เมื่อแต่งหน้าแล้ว ก็ต้องล้างหน้าให้สะอาดด้วยนี่ซิ เฮ้ย! แต่งหน้าว่ายาก แต่ล้างหน้าก็ยากไม่แพ้กันนะ
เพราะถ้าล้างไม่ดีก็จะมีปัญหาผิวตามมาอีกเพียบ
ลองมาดูว่าปัญหาในการเลือกคลีนซิ่งที่คนชอบแต่งหน้าไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง

1 คลีนซิ่งนี่แหละตัวสร้างปัญหาผิวและสิวอุดตัน
การเลือกคลีนซิ่งให้เหมาะกับสภาพผิวเราสำคัญมาก
-ผิวมันไม่ควรใช้คลีนซิ่งออย เพราะออยถ้าล้างไม่ดีจะมีน้ำมันตกค้างทำให้หน้าจะยิ่งมันมากขึ้น เผลอจะทำให้สิวขึ้นเพราะมีน้ำมันมาอุดตันแทนสิ่งสกปรก
-ผิวแห้งอาจไม่เหมาะกับคลีนซิ่งสูตรน้ำเพราะบางผลิตภัณฑ์ทำให้หน้าแห้งมากเกินไป

2 ยิ่งใช้หลายขั้นตอนหรือใช้เวลาล้างนานเกินไปทำให้ผิวอ่อนแอและเหี่ยวเร็วกว่าปรกติ
คลีนซิ่งบางตัวไม่สามารถล้างเครื่องสำอางออกได้ง่ายๆ เพราะเครื่องสำอางอาจจะติดทนเพราะเป็นสูตรกันน้ำที่ติดแน่นเป็นพิเศษ ทำให้ใช้เวลาทำความสะอาดนานกว่าปรกติ หรือต้องใช้หลายขั้นตอนเพราะผลิตภัณฑ์ตัวเดียวล้างออกไม่หมด เช่นต้องใช้อายแอนด์ลิฟรีมูฟเวอร์/โทนเนอร์/สำลี หรือต้องเช็ด/ล้างหลายๆครั้ง

-ต้องทำความสะอาดใบหน้านานเกินไป การทำความสะอาดหลายขั้นตอนจะทำให้ผิวสูญเสียชั้นไขมันและเซราไมด์ไปกับการทำความสะอาด ซึ่งจะทำให้ผิวสูญเสียความแข็งแรงและสูญเสียน้ำได้ง่าย
-ยิ่งต้องใช้สำลีเช็ดหน้าแรงๆจะทำให้ผิวที่โดนเสียดสีแรงๆและโดนเป็นประจำ ทำให้ผิวไม่แข็งแรงเกิดการเหี่ยวได้ง่ายกว่าผิวทั่วไป

การเลือกผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่ใช้หลายขั้นตอนนี้ใช้ได้ ถ้าเราแต่งหน้าเบาๆ ไม่หนักเกินไป

3 ใช้คลีนซิ่งแล้วสิวขึ้น ผิวเราแพ้คลีนซิ่งหรือเปล่า
เมื่อใช้คลีนซิ่งแล้วมีสิวขึ้นเป็นเม็ดแดงๆทั่วหน้า หลังจากที่เราเปลี่ยนผลิตภัณฑ์คลีนซิ่ง จากการสำรวจในกระทู้พันทิปเกี่ยวกับคลีนซิ่งพบว่ามีคนแพ้ผลิตภัณฑ์คลีนซิ่งกันเยอะมากและพบทุกแบรนด์ตั้งแต่ถูกยันแพง
ดังนั้นการแพ้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคา แต่ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของเรากับส่วนผสมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์

-คลีนซิ่งออยบางคนมักจะแพ้ Mineral Oil
-คลีนซิ่งมิลล์บางคนก็จะแพ้ส่วนผสมที่มีน้ำนมเป็นต้น

ดังนั้นเราควรจะต้องรู้ว่าผิวของเรามีปัญหากับส่วนผสมอะไรบ้าง เมื่อรู้ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ต้องอ่านส่วนผสมให้ดีและหลีกเลี่ยง

เมื่อพบว่าแพ้หรือสงสัยว่าแพ้ควรหยุดใช้ทันที จากนั้นพักไว้สัก 1 สัปดาห์แล้วนำกลับมาทดลองใช้ใหม่โดยทดลองบริเวณใต้คางเพื่อทดสอบอาการแพ้อีกครั้ง ถ้ามีสิวขึ้นอีกสรุปได้เลยว่าแพ้แน่นอน ถ้าไม่มีขึ้นแปลว่าครั้งแรกอาจจะเป็นสิวบังเอิญ
ข้อควรจำ+++ การที่คนอื่นใช้แล้วไม่แพ้ ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่มีโอกาสแพ้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวขอเรา

4 ใช้คลีนซิ่งขั้นตอนเดียวยังไม่พอ
คลีนซิ่งในท้องตลาดที่ขายกันอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่ ต้องใช้มากกว่า 1 ขั้นตอนเพราะประสิทธิภาพของการทำความสะอาดทำได้ไม่ดีพอ ที่จะกำจัดคราบเครื่องสำอางโดยเฉพาะกลุ่มกันน้ำ
ดังนั้นจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์อื่นควบคู่ไปด้วย เช่นใช้อายแอนด์ลิฟรีมูฟเวอร์ โทนเนอร์ และใช้สำลีช่วย ถ้าเราขี้เกียจล้างหรือล้างไม่หมดอาจจะทำให้เกิดสิวอุดตันได้
แต่ก็ยังมีผลิตภัณฑ์บางตัวสามารถล้างออกได้ในขั้นตอนเดียว

5 ทำไมใช้คลีนซิ่งแล้วยังล้างเครื่องสำอางออกไม่หมด
เพราะบางครั้งเราใช้ปริมาณของคลีนซิ่งน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับความหนาของเครื่องสำอาง หรืออาจจะเกิดจากการทำความสะอาดของเราเองนิ้วมือสัมผัสไม่ทั่วใบหน้า สำลีเช็ดไปไม่ทั่วถึง จุดที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดอาจจะตกค้างคราบเครื่องสำอางได้ เมื่อเราเช็คหน้าครั้งสุดท้ายด้วยโทนเนอร์อาจจะไปเจอคราบเครื่องสำอางติดอยู่
ซึ่งเราอาจจะคิดว่าคลีนซิ่งเหล่านั้นทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ แต่จริงๆแล้วอาจจะเกิดจากการทำความสะอาดของเราก็ได้

ผลิตภัณฑ์คลีนซิ่งในตลาดมีเป็นจำนวนมากเราควรหาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ ดูสภาพผิวของตัวเรา ดูส่วนผสมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ว่ามีส่วนผสมตัวไหนบ้างที่เราแพ้ ดูความต้องการของเราว่าชอบการทำความสะอาดหลายขั้นตอนหรือขั้นตอนเดียว

ทางเลือกของผู้บริโภคในปัจจุบันมีมาก มีแหล่งข้อมูลจำนวนมากที่จะทำให้เราตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับเรา
"สุขภาพผิวที่ดีเริ่มต้นที่ความสะอาด"

, , , , ,
#คลีนซิ่งแบบก้อน #ล้างเครื่องสำอาง #ล้างหน้าขั้นตอนเดียว

ที่อยู่

Pattaya
20110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SoNiceDecorผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์