การปฏิบัติหน้าทีและกิจกรรมในสถานศึกษา

การปฏิบัติหน้าทีและกิจกรรมในสถานศึกษา ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก การปฏิบัติหน้าทีและกิจกรรมในสถานศึกษา, ห้องครัว/การทำอาหาร, 279 ถนนพระพันวษา ตำบลท่าพี่เลี้ยง, Suphan Buri.

ประชาสัมพันธ์ข้อมูล และนำภาพบรรยากาศในการเรียนการสอนของนักเรียนนักศึกษา และการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายสถานศึกษา รวมถึงการบริการวิชาชีพฝึกอบรมอาชีพแก่ประชาชน แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี

28/06/2026
26/05/2026

📣ขอเชิญชวน ผู้ใหญ่ใจดี ร่วมบริจาค สิ่งของจำเป็น
ให้กับเด็กๆ ภายในบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี และเด็กๆ ที่ครอบครัวประสบความยากลำบาก ในจังหวัดสุพรรณบุรี 💕

27/04/2026

#ห่อหมก ปรากฏในพระราชพิธีสิบสองเดือนตามกฎมณเฑียรบาล 👇 "Hor Mok" (Thai steamed curry custard / ห่อหมก) A Traditional Thai Dish in Its Historical, Literary, and Cultural Context
"Hor Mok" (ห่อหมก) is a traditional Thai dish with evidence of its existence dating back at least to the Ayutthaya period. According to a hypothesis by S. Phlainsi, a National Artist in Thai literature, the historical place name “Ban Hor Mok” (Hor Mok Village), recorded since the Ayutthaya era, may indicate an area once associated with the production or prominence of this dish.
“Hor Mok” (Thai steamed curry custard) is also mentioned in the Twelve-Month Royal Ceremonial Traditions as prescribed in the ancient Palace Law. In addition, it appears in several classical Thai literary works. In Khun Chang Khun Phaen, a Thai classical epic poem, Hor Mok is listed among a variety of prepared dishes, as illustrated in the verse:
“…preparing bitter curry, simmered soups, pumpkin and squash dishes, chicken panang, some wrapped Hor Mok, boiled eggs, dried fish stir-fry, and various curries…”
It is also referenced in the Thai literary work Phra Aphai Mani, during the funeral rites of Thao Suthat. In this episode, Princesses Soi Suwan and Chan Suda twin daughters of Phra Aphai Mani and Suwanmali prepare royal offerings for Phra Hachai. One passage states:
“…panang chicken, spicy curries with sliced duck, Hor Mok, roasted pork, and various delicacies…”
From an evolutionary culinary perspective, the term “mok” originally referred to a cooking method in which food was enclosed in banana leaves and slowly cooked using indirect heat from charcoal placed above the container. Over time, this technique evolved into grilling and later steaming. With the introduction of Chinese-style steaming vessels (langu), the preparation of Hor Mok gradually shifted to steaming as the primary method, although the name “Hor Mok” has remained unchanged.
In the later period, following increased trade contact between the Ayutthaya Kingdom and foreign traders, and the introduction of chili peppers into the Ayutthaya Kingdom, Hor Mok further developed into a dish combining meat and vegetables with coconut-based curry paste. It is seasoned with salt, fish sauce, or fermented fish sauce (pla ra), wrapped in banana leaves, and then steamed.
In addition, some sources also state that the term “Hor Mok” is associated with the Thai expression “ae-o hor mok” (เออ-ออ-ห่อหมก), which is said to signify a harmonious and lasting relationship between couples, free from conflict or quarrels. Another variation, “ae-o hor mok pai tam kan,” (เออ-ออ-ห่อหมก-กัน) conveys the meaning of complete agreement or mutual compliance in all matters.
Furthermore, Dr. Surat Jongda has also referred to Hor Mok in the context of traditional wedding processions (khan mak), explaining that “Hor Mok is the act of wrapping and enclosing, similar to wrapping money and gold.”
In Lanna cultural traditions, (Northern Thailand) including Lanna New Year (Songkran traditions), the Twelve-Month Cycle Festivals, and Than Khan Khao merit-making ceremonies, Hor Mok (or hor nueng, steamed leaf-wrapped dishes) is prepared as an offering to Buddhist monks during communal rituals. It also appears in certain healing and ritual practices, such as Chop Phrai and Tat Phrai, which are traditional Lanna exorcistic rites intended to peacefully release individuals suffering from incurable illnesses believed to be caused by spiritual possession.
Regional Characteristics of Hor Mok in Thailand
• Central Thailand: Emphasizes a soft, custard-like texture, rich coconut milk, and a balanced mildly spicy flavor.
• Northeastern Thailand (Mok): Typically prepared without coconut milk, using ground soaked rice (khao buea) as a thickener, with a strong fermented fish (pla ra) aroma and a distinct smoky banana leaf fragrance.
• Southern Thailand: Characterized by a more intense and spicy flavor profile, with a wider variety of aromatic herbs.
Cultural Exchange and Regional Influence.
Cambodian cuisine includes a dish known as “Haa Mok” or “Amok,” which is widely regarded as the national dish of Cambodia. It is believed to have been influenced by Siamese culinary traditions during periods of historical interaction, particularly around the 13th–14th centuries. Unlike Thai Hor Mok, Cambodian Amok traditionally uses kroeung, a spice paste that does not primarily include chili peppers. In more recent adaptations, however, some Cambodian versions have begun to incorporate dried chilies, though in much smaller quantities compared to Thai cuisine.
________________________________________

“ห่อหมก” เป็นอาหารไทยที่มีหลักฐานปรากฏมาอย่างน้อยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังมีการสันนิษฐานโดย ส. พลายน้อย ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ว่าชื่อตำบล “บ้านห่อหมก” ที่ปรากฏตั้งแต่สมัยอยุธยา อาจสะท้อนถึงพื้นที่ที่มีการผลิตหรือเป็นแหล่งอาหารชนิดนี้ในอดีต
“ห่อหมก” ยังปรากฏในพระราชพิธีสิบสองเดือนตามกฎมณเฑียรบาล อีกทั้งยังพบการกล่าวถึงในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น ใน “เสภาขุนช้างขุนแผน” ซึ่งพรรณนาถึงห่อหมก ตอนหนึ่งกล่าวว่า “…ทำน้ำยาแกงขมต้มแกง ผ่าฟักจักแฟงพะแนงไก่ บ้างทำห่อหมกปกปิดไว้ ต้มไข่ผัดปลาแห้งทั้งแกงบวน…”
รวมถึงวรรณคดีไทยเรื่อง “พระอภัยมณี” ตอนทำศพท้าวสุทัศน์ที่นางสร้อยสุวรรณ นางจันทร์สุดา พระธิดาฝาแฝดของพระอภัยมณีกับนางสุวรรณมาลี จัดเครื่องเสวยถวายพระหัสไชย โดยมีความตอนหนึ่งว่า “…ไก่พะแนงแกงเผ็ดกับเป็ดหั่น ห่อหมกมันจันลอนสุกรหัน…”
ในเชิงวิวัฒนาการของวิธีการปรุง คำว่า “หมก” เดิมหมายถึงการทำให้สุกโดยใช้ความร้อนจากถ่านหรือไฟที่วางด้านบน ภาชนะถูกห่อด้วยใบตองและทำให้สุกอย่างช้า ๆ ต่อมาจึงพัฒนาเป็นการย่างและการนึ่ง เมื่อเทคโนโลยีลังถึงจากจีนแพร่เข้ามา วิธีการทำห่อหมกจึงเปลี่ยนไปเป็นการนึ่งเป็นหลัก แม้ชื่อ “ห่อหมก” จะยังคงอยู่
ในช่วงต่อมาหลังจากที่กรุงศรีอยุธยามีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ และมีการนำพริกเข้ามากรุงศรีอยุธยา ห่อหมกได้พัฒนาเป็นอาหารที่นำเนื้อสัตว์และผักมาผสมกับเครื่องแกงกะทิ ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา หรือปลาร้า แล้วห่อด้วยใบตองก่อนนำไปนึ่ง
นอกจากนี้ข้อมูลบางแหล่งยังระบุว่า “ห่อหมก” ยังเป็นที่มาของคำว่า “เออออห่อหมก” (เออ-ออ-ห่อ-หมก) ซึ่งมีความหมายว่า ให้ชีวิตคู่รักกันยืนยาวปราศจากเรื่องขัดแย้ง หรือไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน และ “เออ-ออ-ห่อหมกไปตามกันทุกเรื่อง และ ดร.สุรัตน์ จงดา (ครูไก่) ยังเคยกล่าวถึงห่อหมกในขบวนขันหมากไว้ว่า...ห่อหมกก็คือการห่อแล้วก็หมก เหมือนกับการห่อเงินห่อทอง
ในวัฒนธรรมล้านนา เช่น ประเพณีปีใหม่เมือง ประเพณีสิบสองเดือน (สิบสองเป็ง) รวมทั้งประเพณีทานขันข้าวของล้านนามีการเตรียมห่อหมก (ห่อนึ่ง) เป็นภัตตาหารถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ในวันทำบุญเลี้ยงพระ พิธีจอบพรายและตัดพราย (พิธีกรรมไล่ผีที่ทำให้บุคคลนั้นสิ้นชีวิตลงอย่างสงบจากความเจ็บป่วยที่ไม่มีทางรักษาและมีอาการเหมือนถูกผีสิง) ของล้านนา เป็นต้น
ลักษณะเด่นของห่อหมกแต่ละภูมิภาคของไทย
• ภาคกลาง: เน้นความนุ่มฟูของเนื้อห่อหมก ใช้กะทิเข้มข้น รสชาติกลมกล่อม เผ็ดกลาง
• ภาคอีสาน (หมก): มักจะไม่มีกะทิ ใช้ข้าวเบือ (ข้าวสารแช่น้ำโขลก) เพื่อความเหนียวข้น และเน้นกลิ่นปลาร้า หอมกลิ่นใบตองไหม้จากการหมก
• ภาคใต้: รสชาติจัดจ้านกว่าพริกแกงเผ็ดร้อน ใช้สมุนไพรเยอะกว่า
กัมพูชารับห่อหมกจากสยามไปเป็นอาหารประจำชาติเขมรเรียกว่า “Haa Mok” หรือ “Amok” ในสมัยที่สยามแผ่อำนาจสู่ดินแดนกัมพูชา ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13–14 และกัมพูชาจะใช้เกรือง ซึ่งไม่มีพริกเป็นส่วนประกอบหลักอย่างห่อหมกของไทย แต่ระยะหลังชาวกัมพูชาเริ่มมีการใส่พริกแห้งลงไปด้วย แต่ก็น้อยมากหากเทียบกับการกินพริกของคนไทย
📌 บทความนี้แปลโดยเพจ Thai Cuisine History
💥Cr. ขอบคุณภาพห่อหมกจากเว็บ wongnai
________________________________________
#อาหารไทย #ห่อหมก

14/04/2026

เชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ไม่ใช่แค่ก่อแผลกระเพาะลำไส้
แต่สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งกระเพาะได้เลยค่ะ


🧪 ตัวเชื้อมีความสามารถในการแปลงยูเรียจากสารคัดหลั่งในกระเพาะ ให้กลายเป็นแอมโมเนียซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่าง ทำให้อยู่รอดที่ผิวกระเพาะได้

บางคนมันจะอยู่แถวกระเพาะส่วนปลาย ซึ่งมักจะกระตุ้นการหลั่งกรด แล้วทำให้เกิดแผลในลำไส้เล็ก (first part duodenum) เป็นหลัก


แต่บางคนมันจะอยู่แถวกลางๆ ของกระเพาะ ไม่ก็กระจายทั่วกระเพาะ จุดนี้แหละค่ะ ที่ทำให้มันเกิดการติดเชื้อเรื้อรัง ทำร้ายเซลล์เรื้อรัง จนกระทั่งโดนถึง DNA ของกระเพาะ

บางครั้ง DNA ก็เสียหายโดยตรงเลย หรือบางครั้งก็ไม่ต้องถึงขั้นเสียหาย แต่เหนี่ยวนำให้เกิดกลไกปิดผนึก-ปลดผนึกยีน ทำให้เกิดรอยแผลบน DNA (Epigenetics)

เซลล์ไหนโดนทำลาย DNA หนักๆ โดนตำแหน่งควบคุมการแบ่งเซลล์พอดี ก็เริ่มแบ่งตัวไม่หยุด ซึ่งส่วนใหญ่ก็ถูกภูมิคุ้มกันกำจัดได้ แต่ถ้าวงจรทำลาย ซ่อม ทำลาย ซ่อม หมุนไปเรื่อยๆ จำนวนเซลล์ที่ผิดปกติก็มากขึ้นเรื่อยๆ


ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีสกิลเหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งโดยตรง

✔️ พิษ​ CagA ยับยั้งโปรตีน p53 ทำให้เซลล์ที่เริ่มเป็นมะเร็งแล้วไม่เข้าสู่กลไกทำลายตัวเอง, เหนี่ยวนำสัญญาณ (b-catenin/WNT) ทำให้แบ่งตัวได้มากขึ้น และแปลงร่างเป็นเซลล์ที่เคลื่อนไหวลุกลามได้ (EMT)

✔️ พิษ​ VacA: จิ้มทำลาย T cell ที่จะมากำจัดมัน และที่จะมากำจัดเซลล์ที่เริ่มเป็นมะเร็งแล้วด้วย

✔️ กระเพาะที่พังเรื้อรัง จะสร้างกรดน้อยลง → จุลินทรีย์ในกระเพาะจะเริ่มเปลี่ยนแปลงประชากร เดิมทีมีน้อยนิด มึแต่พวกทนๆ และไม่ก่อโรค คราวนี้จะเริ่มเพิ่มชนิดอันตรายขึ้น ซึ่งเดิมทีโดนกรดในกระเพาะคุมไว้อยู่
→ สร้างสารก่อมะเร็งมากขึ้น เช่น nitrosamine

และกลไกอีกมากมาย


รู้แบบนี้แล้วทำยังไงดี?

✅ หากมีอาการจุกเสียดแน่นท้องเรื้อรัง ตรวจพบแพทย์ ซึ่งในเบื้องต้นแพทย์มักจะให้การรักษาโดยยาลดกรดประมาณ 4 สัปดาห์ หากไม่ดีขึ้น ต้องตรวจหาเชื้อ H. pylori ต่อ
✅ คนที่จุกเสียดมาเป็นเดือนแล้ว หรือมีอาการ + มีประวัติเคยเป็นแผลในกระเพาะ/ลำไส้เล็กส่วนต้น/ญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ควรได้รับการตรวจ H. pylori เลย
✅ สังเกตอาการอันตราย: น้ำหนักลดเร็ว อาเจียนเป็นเลือด/ถ่ายดำ กลืนลำบาก ซีดมาก เบื่ออาหารรุนแรง คลำก้อนท้อง พบแพทย์ทันที (เป็น alarm sign ของการพิจารณาส่องกล้อง)
✅ หากได้รับการรักษา (มักจะเป็นยาปฏิชีวนะ 3 ตัว + 1 ยาลดกรด) ต้องกินให้ครบ จนหมด และตรวจเชื้อซ้ำว่าหายไปแล้วหรือยัง
✅ การจะตรวจเชื้อ H. pylori แพทย์มักจะให้เตรียมตัวก่อนค่ะ คือหยุดยาปฏิชีวนะอย่างน้อย 4 สัปดาห์ / ยาลดกรด 2 สัปดาห์ (ช่วงนั้นคือกินยาบรรเทาอาการอื่นไปก่อน)
✅ ในคนที่ยืนยันแล้วว่าติดเชื้อ ควรตรวจหาเชื้อคนในบ้านต่อที่มีอาการ หรือมีความเสี่ยงในข้อ 2 ข้างบน (หรือจะตรวจเลยก็ได้)
✅ เชื้อติดต่อผ่านทางการกิน หลายเคสรับมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเพิ่งมาแสดงอาการ


เชื้อนี้แรง แต่รักษาได้ค่ะ อย่าปล่อยให้มีอาการเรื้อรัง
แล้วคิดแต่ว่ามันคือโรคกระเพาะเพราะกินอาหารไม่ตรงเวลานะคะ

09/04/2026

ใครชอบทำเส้นก๋วยเตี๋ยวเอง
แชร์เก็บไว้ทำกินได้เลยค่ะ

รวมมาไว้ให้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาโพสต์เก่า
สูตรและวิธีทำอยู่ในคอมเม้นปักหมุดนะคะ
#สูตรอาหาร #เส้นใหญ่ #เส้นพาสต้าโฮมเมด

https://padlet.com/thelandvictory289/padlet-juydvq8rumomi2gp
09/04/2026

https://padlet.com/thelandvictory289/padlet-juydvq8rumomi2gp

วิชา เบเกอรี่เพื่อการค้า(Commercial Bakery) รหัสวิชา 2402-2108 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ระดับชั้น ปวช. 3/1 สาขาวิชา อาหารและโภช.....

https://padlet.com/thelandvictory289/padlet-ruil0ytu6n0h1moy
09/04/2026

https://padlet.com/thelandvictory289/padlet-ruil0ytu6n0h1moy

*จงบอกความรู้วิทยาศาสตร์การประกอบอาหาร 31504- 2018ระดับชั้น ปวส.2 สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ(ทวิภาคี) ที่ได้จากการป....

ที่อยู่

279 ถนนพระพันวษา ตำบลท่าพี่เลี้ยง
Suphan Buri
72000

เวลาทำการ

จันทร์ 06:00 - 17:00
อังคาร 06:00 - 19:00
พุธ 06:00 - 19:00
พฤหัสบดี 06:00 - 19:00
ศุกร์ 06:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 16:00
อาทิตย์ 08:00 - 16:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ การปฏิบัติหน้าทีและกิจกรรมในสถานศึกษาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง การปฏิบัติหน้าทีและกิจกรรมในสถานศึกษา:

ทางลัด

แชร์